วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

5 เทคนิคเที่ยวถูกใจ พาลูกรักไปพักผ่อน

             ครอบครัว ที่รักการท่องเที่ยวก็ยังคงมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ดี โดยเฉพาะครอบครัวที่ลูกกำลังน่ารัก เดินเตาะแตะ หรือกำลังพูดเจื้อยแจ้ว พ่อแม่ก็อาจถือโอกาสนี้พาลูก ๆ ไปอวดโฉมกันเสียหน่อย แต่จะเที่ยวอย่างไรให้ถูกใจเจ้าตัวเล็ก พระเอกนางเอกของบ้าน วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากกันค่ะ

            1.สร้างภาพของสถานที่นั้นในใจลูก การออกเดินทางไปเที่ยวกับลูก ๆ สู่สถานที่ที่เด็ก ๆ ไม่รู้จักมาก่อน พ่อ แม่สามารถเติมความสนุกลงไปได้ด้วยการให้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับลูก เช่น หากมีญาติอาศัยอยู่ ก็อาจบอกกับลูก ๆ ว่าที่จังหวัดนี้เรามีคุณป้า....อยู่ไง ลูกจำได้ไหม ลูกจะได้สร้างภาพของสถานที่นั้น ๆ ขึ้นมาในใจ
            2.หากล้องถ่ายภาพเล็ก ๆ ให้ลูกสักอัน อาจเป็นกล้องดิจิตอลอันเก่าที่คุณไม่ค่อยได้ใช้แล้วแล้วลองให้โอกาสลูกเป็นตากล้องสมัครเล่น ถ่ายทอดมุมมองแบบเด็ก ๆที่ เขามีให้คุณได้ชมเพราะนั่นหมายถึงการที่ลูกสะท้อนสิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่เขาเห็น และทำให้เด็กน้อยมีกิจกรรมสนุก ๆ ทำระหว่างไปเที่ยว ช่วยให้เขาไม่เบื่อง่าย ๆ ด้วย
            3. มอง โลกแบบเด็ก ๆ พ่อแม่เมื่อจะชวนลูกเที่ยวนั้น แม้จะเตรียมแผนการท่องเที่ยวเอาไว้อย่างดีแล้วว่าจะไปที่นั่นที่นี่ ออกจากตรงนั้นไปดูตรงนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธรรมชาติของเด็ก มักเต็มไปด้วยจินตนาการสูงส่ง อย่าเครียดว่าจะต้องเที่ยวได้ตามที่พ่อแม่กำหนด หรือยึดเวลาเคร่งครัด ปล่อยสบาย ๆ ทำตัวเป็นเด็กไปกับลูก จะสนุกกว่าค่ะ
            4.ไม่ควรลืม "ขนม"  ขนมอร่อย ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของพ่อแม่ที่จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมงอแงของลูก ๆ ได้ในเวลาอันสั้น
           5.จัดเก็บความประทับใจไว้ในรูปแบบต่างๆ เมื่อกลับมาจากทริปสุดประทับใจนี้แล้ว ลองชวนลูก ๆ มาช่วยกันทำบันทึกความทรงจำที่มีร่วมกัน อาจเป็นกรอบรูปที่ตกแต่งด้วยภาพเก๋ ๆ หรือภาพที่ลูกถ่ายเอง หรือจะตัดต่อในคอมพิวเตอร์ ใส่เพลง ใส่ภาพ ใส่ข้อความไรท์ลงซีดี ฯลฯ

แหล่งท่องเที่ยวที่สูงที่สุดในประเทศไทย

       “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่”
        ถ้าเรื่องของความสูงที่สุด คงจะต้องยกให้ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่  ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,565  เมตร เรียกได้ว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย



       ที่นี่มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปี อุณหภูมิจะลดต่ำเกือบศูนย์องศาเซลเซียส จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาวของทุกปี



           อีกทั้งภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังพันธุ์ไม้แปลก ๆ สวยงามให้ชมกัน อาทิ กุหลาบพันปี และยังมีน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกด้วย


เทคนิคการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง

เลือกที่พักให้ถูกใจ บรรยากาศสำคัญมาก
ปัจจุบัน มีที่พักในหัวหินให้ท่านเลือกมากมาย ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อน ควรวางแผนแต่เนิ่น ๆ และใช้เวลาในการเลือกสรรที่พักอย่างละเอียดและเหมาะสมกับงบประมาณของท่าน เทคนิคในการเลือกที่พักคือ ต้องถูกใจท่าน, ราคาสมเหตุสมผล, การเดินทางสะดวก และมีคำชมจากลูกค้าที่เคยไปพัก ในกรณีที่ท่านจะไปพักครั้งแรก


หาแบบมีอาหารเช้าฟรี ก็ดีประหยัดไปอีกมื้อ
ท่านควรเลือกที่พักที่มีบริการอาหารเช้า ในกรณีที่ไม่มีการทำครัว เพราะจะได้สะดวกสบาย แต่ทั้งนี้ต้องแน่ในว่าไม่มีการชาร์จเงินเพิ่ม


เข้าเช็คอินแต่เช้า จัดสรรเวลาให้เหมาะสม
หากท่าน เช็คอินในช่วงเช้า ควรวางแผนการเดินทางเพื่อไปถึงหัวหินประมาณ 10-11 โมงเช้า เพราะจะได้มีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับเช็คอิน และไม่รีบร้อนจนเกินไป ซึ่งคุณพอจะมีเวลาขนของเข้าห้อง และพร้อมที่จะออกไปรับประทานอาหารเที่ยงได้ทันที


เช็คเอ้าท์ก่อน หลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่น
ในวัน ที่เช็คเอ้าท์ ท่านควรจะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ ควรจะเช็คเอ้าท์ประมาณเวลา 10 โมงเช้าและเดินทางกลับในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่น โดย เฉพาะในช่วงวันอาทิตย์ และวันสุดท้ายของวันหยุดยาวหรือเทศกาล


เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ จะไปเที่ยวไหนต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเสมอนะค่ะ จะได้ประหยัดทั้งเงินและเวลา
.........................................

เทคนิคการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล




1. ถ้ามีเวลาท่องเที่ยวมาก
หรือถ้าช่วงเทศกาลนั้นหยุดนาน อยากพักผ่อน ในการท่องเที่ยวจริงๆ อย่าไปสถาน ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือสถานที่เที่ยวที่ไกลจากจังหวัดที่ท่านอยู่ เพราะทุกคนก็จะหยุดพร้อมๆ กัน และแห่กันไป เที่ยวที่เดียวกับท่าน เพราะฉะนั้น อาจจะเที่ยวให้ใกล้เข้ามาอีกหน่อย แต่อยู่หลายวันแทน

2. คุณต้องจองก่อนเดินทาง หรือจองล่วงหน้า 
เชื่อเถอะครับว่าบางคน หรือบางบริษัททัวร์ จองต้นปีเที่ยว ท้ายปีก็มี เพราะนักท่องเที่ยว อีกจำนวนไม่น้อย ที่นิยมการเที่ยว แบบตายเอาดาบหน้า ผลก็คือ จะทำให้ การเดินทางของท่าน เสียเกือบทั้งหมด

3. ทำการบ้านให้ดี 
ข้อนี้ก็คือคุณจะต้อง ตรวจสอบไปที่จังหวัด หรือ ททท. ของพื้นที่ เพื่อยืนยัน เทศกาลของจังหวัด ที่คุณจะไปเที่ยวให้ดี เพราะบ่อยครั้ง ที่มีการเลื่อนงาน หรือเทศกาล จากหมายกำหนดการเดิม ที่วางแจ้งไว้ ในกำหนดการล่วงหน้า

4. ศึกษาเส้นทางให้ดี 
เพราะหลายครั้ง เส้นทางยอดนิยม เช่น ในกรุงเทพ ไม่ว่า เส้นบางนา หรือเส้นวิภาวดี ทำให้คุณแทบจะกิน นอนบนรถ เพราะฉะนั้น ลองดูเส้นทางให้ดี ถ้ามีทางเลือกอื่น อย่าเดินทางในเส้นทางหลัก ในขั้นแรก ของการเดินทาง แต่หลังจากนั้น ควรเปลี่ยนเข้าเส้นทางหลัก เพราะปลอดภัยกว่า

5. อย่าหวังน้ำบ่อหน้า 
ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเต้นท์ ถุงนอน หรือที่พัก แม้กระทั่ง การซื้อตั๋วต่างๆ เพราะอย่างน้อย ถ้าคุณเตรียมไปก่อน การท่องเที่ยวครั้งนั้น ของคุณ ก็จะไม่ต้องแก้ปัญหา ในเรื่องที่ คุณแก้ได้ ตั้งแต่ถ้าคุณเตรียมตัวมาดี

เทคนิคการท่องเที่ยว

อยากจะขอแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการท่องเที่ยวนะคะ ซึ่งบางคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่เคยทำก็ลองดูนะคะ อาจจะช่วยคุณได้บ้าง 
                 


1. ถ้ามีเวลาท่องเที่ยวมาก
      หรือถ้าช่วงเทศกาลนั้นหยุดนาน อยากพักผ่อนในการท่องเที่ยวจริงๆ อย่าไปสถานท่องเที่ยวยอดนิยมหรือสถานที่เที่ยวที่ไกลจากจังหวัดที่คุณอยู่ เพราะทุกคนก็จะหยุดพร้อมๆ กัน และแห่กันไปเที่ยวที่เดียวกับคุณ เพราะฉะนั้นอาจเที่ยวให้ใกล้เข้ามาอีกหน่อยแต่อยู่หลายวันแทน

2. คุณต้องจองก่อนเดินทาง หรือจองล่วงหน้า
     เชื่อว่าบางคนหรือบางบริษัททัวร์จองต้นปีเที่ยวท้ายปีก็มี เพราะนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยที่นิยมการเที่ยวแบบตายเอาดาบหน้า ผลก็คือ จะทำให้การเดินทางของคุณเสียเกือบทั้งหมด

3. ทำการบ้านให้ดี
        ข้อนี้ก็คือ คุณจะต้องตรวจสอบไปที่จังหวัด หรือ ททท. ของพื้นที่ เพื่อยืนยันเทศกาลของจังหวัดที่คุณจะไปเที่ยวให้ดี เพราะบ่อยครั้งที่มีการเลื่อนงานหรือเทศกาลจากหมายกำหนดการเดิมที่วางแจ้งไว้ในกำหนดการล่วงหน้า

4. ศึกษาเส้นทางให้ดี
        เพราะหลายครั้งเส้นทางยอดนิยม เช่น ในกรุงเทพ ไม่ว่าเส้นบางนา หรือเส้นวิภาวดี ทำให้คุณแทบจะกินนอนบนรถ เพราะฉะนั้นลองดูเส้นทางให้ดี ถ้ามีทางเลือกอื่นอย่าเดินทางในเส้นทางหลักในขั้นแรกของการเดินทาง หลังจากนั้นควรเปลี่ยนเข้าเส้นทางหลักเพราะปลอดภัยกว่า

5. อย่าหวังน้ำบ่อหน้า
       ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเต้นท์ ถุงนอน หรือที่พัก แม้กระทั่งการซื้อตั๋วต่างๆ เพราะอย่างน้อยถ้าคุณเตรียมไปก่อนการท่องเที่ยวครั้งนั้นของคุณก็จะไม่ต้องแก้ปัญหาในเรื่องที่อาจจะทำให้คุณหงุดหงิด จนอาจจะทำให้คุณหมดสนุก เพราะฉะนั้นคุณควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางนะคะ

คุณเคยนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันบ้างหรือไม่ ?????

ทริคดีๆ วางแผนก่อนลาพักร้อน



         ก่อนลาพักร้อนไปพักผ่อนให้ชุ่มชื่นหัวใจ อย่าลืมว่าคุณยังมีงานที่จะต้องเตรียมให้เสร็จก่อนไป มิฉะนั้นแล้วการเที่ยวครั้งนี้ อาจจะมีแต่เรื่องกังวลหมดความสนุกไป

         ทั้งนี้ เราอยากย้ำเตือนว่าถ้าคุณคิดจะไปเที่ยวอย่างสบายใจแล้วล่ะก็ มาแพลนงานไว้ล่วงหน้ากันดีกว่า เพราะเมื่อกลับมาจากวันหยุดสุดสนุกแล้วจะได้สานงานต่อได้ทัน ไม่ปวดหัวกับงานที่หมักหมมเอาไว้ ด้วยวิธีง่ายๆ ต่อไปนี้



 1. วางแผนงานก่อนวางแผนเที่ยว
           ยามก่อนจะเที่ยวเข้าใจว่าคุณจะต้องรู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการหาทริป หาข้อมูลที่พัก เส้นทางการเดินทาง จนลืมไปว่ายังมีงานกองโตที่คุณจะต้องติดต่อและดำเนินการอีกมากมาย ดังนั้น ก่อนแพลนวันเที่ยว คุณควรแพลนเนื้องานของคุณก่อนดีมั้ย ว่าจะสามารถมีเวลาว่างได้วันไหน หรือช่วงเวลาใดที่จะไม่ลาพักร้อนซ้ำรอยกับเพื่อนร่วมงานของคุณ เพื่อให้การเที่ยวนั้นเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อนหรือเคร่งเครียดจนต้องเอาโน้ตบุคออนไลน์ไปนั่งทำงานริมทะเลด้วย แบบนั้นไม่ใช่การพักผ่อนที่แท้จริงหรอก

 2. ทำงานให้เสร็จก่อนวันเที่ยว
        กลยุทธ์สำคัญสำหรับการลาเที่ยวของมนุษย์เงินเดือน คือการทำงานเสร็จล่วงหน้าประมาณ 2-3 วันก่อนที่จะไปเที่ยว เพราะช่วง 2-3 วันนี้มักจะมีคนอื่นๆ มาให้คุณช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่คุณได้ทำเสร็จไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสารหรืองานเกี่ยวกับบุคคลภายนอกบริษัทอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใกล้ช่วงวันหยุดด้วย ตามบริษัทต่างๆ อาจจะมีการหยุดงานล่วงหน้าซึ่งมักทำให้เป็นอุปสรรคในการติดต่องานได้ ถ้าสิ่งใดเคลียร์ล่วงหน้าได้คุณควรทำให้เสร็จสิ้นไปแบบจบกระบวน

         รวมทั้งลองนำงานที่จะต้องทำหลังกลับจากไปเที่ยวมาทำเพิ่มด้วย (ถ้าคุณมีเวลาพอ) คุณอาจจะเตรียมงานให้พร้อมไว้ล่วงหน้าสำหรับ 2-3 วันหลังจากกลับมาทำงาน เนื่องจากคุณไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้ว่าคุณจะต้องเสียเวลากับอะไรบ้าง อย่างเช่น เครื่องบินดีเลย์ รถเสีย หรืออาการไม่สบายกะทันหัน

         การเผื่องานเอาไว้ล่วงหน้า 2-3 วันจะทำให้งานไม่สะดุดจนเกินไป และถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้คุณต้องกลับมาทำงานไม่ทันจริงๆ คนอื่นๆ ก็ยังสามารถต่อยอดได้สบายๆ เพราะคุณได้เตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว

 3. ให้เทคโนโลยีทำงาน 
           เมื่อคุณหายตัวจากที่ทำงาน เชื่อแน่ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยตามตัวคุณอยู่ ซึ่งคุณสามารถเซ็ตระบบช่วยเหลือคนที่ไม่ทราบว่าคุณหยุดได้ โดยตั้งเสียงตอบรับของโทรศัพท์แจ้งว่าคุณไม่อยู่และจะกลับมาเมื่อใด หรือสามารถติดต่อได้ผ่านอีเมล์ไหน เป็นต้น รวมทั้งตรวจสอบสถานะและกระดาษของเครื่องแฟกซ์ว่าสามารถใช้งานอัตโนมัติได้ เรียบร้อย ทั้งนี้ เมื่อคุณว่างจากกิจกรรมท่องเที่ยวก็ควรแวะมาเช็คอีเมลล์หรือวอยซ์เมลล์บ้าง ก็ได้ เผื่อมีใครมีธุระและอยากคุยกับคุณด่วน

        ส่วนเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูล คุณไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีใครหวังที่จะก๊อปปี้ข้อมูลของคุณบ้างยามที่คุณไม่อยู่  เพื่อความปลอดภัยให้ใส่รหัสผ่านที่คอมพิวเตอร์เอาไว้ และล็อกชั้นใส่ของให้ครบถ้วน

 4. แจ้งคนใกล้ชิดเรื่องพักร้อน
       บอกเพื่อนสนิทและเจ้านายของคุณให้พร้อม เขียนใบลาแจ้งฝ่ายบุคคลล่วงหน้า เพื่อให้คนที่คุณร่วมงานด้วยรับทราบและเคลียร์งานทุกอย่างก่อนที่คุณจะลาพัก ร้อน นอกจากนั้นสำหรับบางงานคุณอาจจะฝากฝังเพื่อนร่วมงานไว้บ้างก็ได้ และเมื่อกลับมาจากท่องเที่ยวแล้วมีขนมติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อเป็นการขอบคุณ ที่ดูแลงานให้

       นอกจากแจ้งเพื่อนๆ ในบริษัทให้รับทราบแล้ว ถ้าคุณมีลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ที่จะต้องติดต่อกับคุณตลอด ให้โทรแจ้งพวกเขาด้วยและให้เบอร์ติดต่อกับเพื่อนที่คุณฝากงานไว้แล้ว จากนั้นแจ้งวันที่คุณจะกลับมาทำงานตามปกติ เพื่อให้ไม่เกิดความวุ่นวายจนต้องตามตัวคุณภายหลัง จะได้พักผอนรับลมร้อนริมทะเลให้สบายใจ แบบไม่มีเรื่องงานเข้ามาอยู่ในหัว เพราะคุณเตรียมพร้อมไว้อย่างดีแล้วนั้นเอง

คำแนะนำ การขับรถขึ้นเขา


           พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ  
          แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ
         1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 
         2.พระตำหนักเขาค้อ 
         3. ภูทับเบิก 
        อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง

หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ พอสรุปได้ดังนี้ครับ
   
         * ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ 

        * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

       * การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง
 
  
   * การขับรถเข้าโค้งหักศอกขึ้นเขารูปฟันปลา การขับแบบนี้ต้องให้ผู้ช่วยดูรถด้านซ้ายด้วยโดยมองถนนด้านบนก่อนว่าไม่มีรถ สวนลงมา กดแตรรถก่อนจะขับขึ้นไป หลักการขับก็เหมือนเข้าโค้งธรรมดา จะเลี้ยวซ้ายก็หักพวงมาลัยไปทางขวาก่อนแล้วหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเข้าโค้ง เมื่อรถเข้าโค้งล้อหน้าจะเกิดแรงต้าน รถต้องใช้กำลังมาก ทำให้รถรถขับขึ้นได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยกลับมาบ้าง และเร่งเครื่อง ทำแบบนี้เป็นจังหวะไปมาจนพ้นโค้ง การขับลงโค้งแบบนี้อย่าใช้ความเร็ว ควรลงช้าๆ ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็วแต่อย่าเหยียบแรง ท้ายรถจะปัด ยิ่งหน้าฝนท้ารถจะปัดได้ง่าย ถ้าท้ายรถปัดรถจะเสียการทรงตัว ให้หักพวงมาลัยไปทิศทางท้ายรถ เช่น เลี้ยวซ้ายท้ายรถปัดไปทางขวาก็ให้หักพวงมาลัยไปทางขวา เมื่อรถทรงตัวได้แล้วบังคับให้บังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการ ถ้าเอาไม่อยู่ให้เลือกทางภูเขาไว้ก่อน อย่าเลือกทางหน้าผาก็แล้วกัน

     * การเพิ่มระยะทางการเบรก การเบรกรถกะทันหัน รถเราอาจไปชนรถข้างหน้า ควรเลี้ยวรถดึงพวงมาลัยไปทางไหล่ทาง หรือมีพื้นที่เพื่อเพิ่มระยะทางการเบรก

     * การขับรถบนภูเขาที่มีทางคดเคี้ยวไปมาเป็นเวลานานๆ เมื่อถึงทางตรงลงเขายาวไกล อย่าขับเร็วเด็ดขาด คนขับส่วนมากจะขับเร็วรถมาก อันตรายมากนะครับทางแบบนี้ น้ำหนักรถ ความเร็ว ระยะทางถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีรถ, คน, ฯลฯ ขึ้นจากข้างทางหักหลบไม่พ้นแน่ ถึงจะหักหลบได้แต่รถต้องเกิดอะไรแน่นอน ไม่พลิกคว่ำ แหกข้างทางเข้าป่า หรือไม่ก็ชนรถที่วิ่งสวนมา

          * การขับรถโค้งต่อเนื่องรูปตัว S มองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่าง ไม่มีรถสวนมาให้ถอนคันเร่งลง แล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด ง่ายไหม? ...ครับ แต่การขับรถลักษณะนี้ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือทัศนวิสัยไม่ดีควรขับ เข้าทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง
    
          * การขับในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตา ควรเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำจะขับรถตัดโค้ง

          * ทางลูกรังหรือทางที่มีหินลอย ทางแบบนี้ถือได้ว่าเป็นทาง 'ปราบเซียน' กลิ้งกันมาหลายคันครับ การที่ล้อรถลอยตัวขณะวิ่งเข้าโค้งเราไม่สามารถบังคับได้อย่างที่ต้องการ และการที่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมาก่อนก็ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว

                                              ....................................

ข้อควรระวัง

        1.ขณะขับรถขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ควรเร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล แต่อย่าเบิ้ลอย่างรุนแรงนะครับ เพราะนอกจากความเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน ไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกด้วย
   
        2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเนินชัน หรือลงเขาโดยเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงเนินตามรอบเครื่องยนต์ และอย่าลืมควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ ด้วยนะครับ

       3. ควรใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 ในขณะขับรถขึ้นเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ที่สูง อย่างเช่นเกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขา นอกจากนี้ยังเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

                                               ....................................




เทคนิคการท่องเที่ยวถ่ายภาพ


         1). อุปกรณ์น้อยชิ้นได้เปรียบ ไม่ควรหิ้วกล้องหรือเลนส์ไปหลายตัว เพราะนอกจากจะไม่เป็นภาระให้ต้องแบกหนักแล้ว ยังทำให้รู้สึกเบาสบายไม่พะรุงพะรัง จะเดินไปไหนมา ไหนก็สะดวกดี

         2). เตรียมฟิล์มและแบตเตอร์รี่สำรองไปให้พอ เนื่องจากในบางพื้นที่หาซื้อได้ค่อนข้างยาก เช่นตามอุทยานแห่งชาติ หรือตามพื้นที่นอกเมือง และถ้ามีขาย ราคาก็จะแพงกว่า ปกติด้วย!

         3). กล้องดิจิตอลช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการใช้กล้องดิจิตอลเพื่อการถ่ายภาพท่องเที่ยวนั้น ช่วยให้สนุกและประหยัดกว่าแต่ก่อนมาก
         เนื่องจากมีกล้องหลาย รุ่นที่ราคาไม่แพง ขายมาพร้อมเลนส์ ถ่ายภาพแล้วดูกันได้ทันที อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเงินค่าฟิล์มด้วย จะมีปัญหาบ้างก็ตรงที่ต้องเตรียมแบตเตอร์รี่สำรองและการ์ดความจำภาพ (memory card) ไปให้เพียงพอ หรือในที่พักจะต้องมีที่เสียบปลั๊กเพื่อชาร์จแบตเตอร์รี่ได้

       4). ใช้เลนส์ตัวเดียวที่มีขอบเขตการเก็บภาพได้ครอบคลุม เช่น ช่วงซูม 17-35 มิลลิเมตร 28-70 มิลลิเมตร และ 28-105 มิลลิเมตร เป็นต้น
        เนื่องจากเลนส์เหล่านี้ สามารถเก็บภาพได้ทั้งทิวทัศน์กว้างๆ และภาพมุมแคบเฉพาะเจาะจงลงไปยังจุดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เท่ากับหิ้วเลนส์ไปตัวเดียวใช้ได้ตลอดทริปเลย
     
       5). หน้าฝนอย่าลืมถุงพลาสติก ลงเรืออย่าลืมถุงกันน้ำ เพราะกล้องเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กลัวน้ำที่สุด

       6). ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นและตก อย่าลืมใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพสั่นไหว

       7). การถ่ายรูปบุคคลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงควรขออนุญาตตัวแบบก่อนเสมอ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรเข้าไปทำความคุ้นเคยกับคนๆ นั้นก่อนสักพัก ก็จะได้รูปที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขัดเขินจนเกินไป

       8). อย่าให้กล้องห่างตัว หรืออย่าให้ห่างจากสายตาของเรา เพราะเหตุการณ์กล้องหายมีเกิดขึ้นบ่อยๆ จึงไม่ควรประมาทหรือไว้ใจใครง่ายๆ

       9). ทำความสะอาดกล้องบ้าง เนื่องจากตลอดการเดินทาง กล้องของคุณต้องเผชิญทั้งฝุ่น ละออง เหงื่อจากมือ และบางครั้งอาจมีน้ำกระเซ็นมาโดน เมื่อมีเวลาจึงควรใช้ที่เป่า ลมและผ้านุ่มๆเช็ดทำความสะอาดกล้องเสียบ้าง


วิธีท่องเที่ยวแบบประหยัด

1. ค่าเดินทาง
          สายการบินต้นทุนต่ำยังคงได้รับนิยม บางครั้งค่าตั๋วถูกกว่านั่งรถไฟหรู โดยมีหลายสายการบินให้เลือกแล้วแต่เส้นทาง ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายราคา จึงควรสอบถามให้มากที่สุด หากวางแผนไปช่วงฤดูท่องเที่ยว ต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน วิธีดีที่สุดคือหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งการประมูลตั๋วและการเสนอขายราคาถูกทั้งจากสายการบินและเว็บข้อมูลการท่องเที่ยวต่างๆ
แน่นอนว่าอย่าลืมวิธีที่เราคุ้นเคย ชาติชาย ทางบรรจง (นามสมมุติ) ข้าราชการวัย 32 เข้าไปดูตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษในเว็บไซต์หลายแห่งเมื่อวางแผนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวในจีนช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังหาข้อมูลได้ราคาต่ำสุด เขานำตัวเลขดังกล่าวไปต่อรองกับบริษัทตัวแทนขายตั๋ว วิธีนี้ทำให้เขาซื้อตั๋วเครื่องบินได้ราคาถูกกว่าปกติหลายพันบาท ดังนั้น อย่าด่วนตัดสินใจจนกว่าจะหาข้อมูลอย่างครอบคลุม ทั้งแบบออนไลน์ และสอบถามจากตัวแทนจำหน่าย เพราะทุกวันนี้ตลาดเป็นของผู้ซื้อ จึงมีตัวเลือกมากมายให้ตัดสินใจ
หากคุณมีเวลามากพอและไม่เร่งรีบ การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถโดยสารยิ่งช่วยประหยัดมากขึ้น แต่อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้า หากชอบขับรถเที่ยว ร่วมโดยสารรถคันเดียวไปกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แล้วช่วยกันจ่ายค่าน้ำมัน

2. ที่พัก
           บ่อยครั้งที่ค่าโรงแรมเป็นค่าใช้จ่ายมากที่สุดของการเดินทางท่องเที่ยว เหตุนี้บ้านเยาวชนจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่ จำกัดแค่นักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าคุณอยู่ในวัยไหน คุณมีสิทธิ์ใช้บริการที่พักราคาถูก แต่จะได้ราคาถูกเป็นพิเศษหากอายุต่ำกว่า 18 ปี ยิ่งกว่านั้น หากคุณเป็นสมาชิกสมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทยสามารถใช้บริการสถานที่พักราคาประหยัดทั่วโลกมากกว่า 7,000 แห่ง Hotels.com และ hostelworld.com ยังเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทางแบกเป้ เช่นเดียวกับ เพลงดาบแม่น้ำร้อยสายนักเขียนนักเดินทางชื่อดัง ซึ่งให้ข้อมูลว่า ตลอด 20 ปีของการแบกเป้เที่ยว ดิฉันใช้บริการบ้านพักเยาวชนมากถึงร้อยละ 95 ของการพักอาศัยในต่างประเทศทั้งหมด ทั้งนี้เพราะราคาถูกมาก ประหยัดกว่าพักโรงแรมหลายสิบเท่า
         นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ของ GlobalFree Loaders, The Hospitality Club, SERVAS International, Stay4Free, BeWelcome และ CouchSurfing ที่เป็นตัวกลางให้คุณติดต่อขอพักอาศัยกับครอบครัวในท้องถิ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
          วิธีการแสนง่าย เพียงกรอกรายละเอียดลงในเว็บไซต์เหล่านี้ จากนั้นรอเจ้าของบ้านติดต่อกลับ โอกาสจะมีมากขึ้นหากเสนอให้ ผู้อื่นพักอาศัยในบ้านคุณพร้อมความเอื้อเฟื้ออื่นๆ เช่น พาเที่ยวรอบเมือง ทั้งนี้คุณต้องเป็นคนเปิดกว้างยอมรับวัฒนธรรมอื่นๆอย่างเช่นอะเนส ซีเมนวาลา ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบจากมุมไบ เขาพักอาศัยกับเจ้าของบ้านชาวตุรกีในนครอิสตันบูลหลายคืน โดยเจ้าของบ้านวางใจเขาถึงขนาดให้ถือกุญแจบ้าน แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงการประหยัดเงินเพียงอย่างเดียว ต้องรู้จักตอบแทนบ้าง สุดารัตน์ หาญวรเกียรติ ซึ่งทำงานอิสระด้านจัดงานกิจกรรมนอกสถานที่สำหรับบริษัท วัย 45 เล่าประสบการณ์ตอนแบก เป้ตะลอนเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศปากีสถานเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้น ดิฉันไปเที่ยวเมืองกุลมิทซึ่งเป็นเมืองชนบทล้อมรอบด้วยภูเขาอยู่ตอนกลางของคาราโครัมไฮเวย์ เจ้าของบ้านชวนกินอาหารและให้อยู่ด้วย ดิฉันเห็นว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนอัธยาศัยดีจึงตอบตกลง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะประหยัดค่าที่พักพอสมควร ตลอดเวลาที่อยู่ด้วย ดิฉันซาบซึ้งน้ำใจมากจึงรับปากจะส่งภาพถ่ายไปให้พวกเขา และยินดีต้อนรับพวกเขาดุจญาติมิตรหากมาเที่ยวเมืองไทย

3. อยู่บ้านคนอื่น

            หากสะดวกใจกับการให้ผู้อื่นพักอาศัยในบ้าน คุณอาจลงทะเบียนในโครงการแลกบ้านกันอยู่ที่เว็บไซต์ HomeExchange.com เพียงกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านคุณและประเทศที่ต้องการไปเที่ยว นอกจากนี้ยังมี House Carers.com สำหรับผู้ต้องการคนดูแลบ้าน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่อยู่ได้นานนับสัปดาห์หรือเป็นเดือน ผู้มาพักอาจต้องช่วยดูแลสัตว์เลี้ยง สวน และทำความสะอาดบ้าน บางครั้งอาจรวมถึงรับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ด้วย

4. เที่ยวพร้อมทำงาน
            นักเดินทางที่อายุน้อยและเป็นโสดอาจทำงานหาเงินเที่ยวรอบโลกด้วยการทำงานชั่วคราว สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่พี่เลี้ยงเด็ก ครูสอนภาษาอังกฤษ หรือทำงานโรงแรม ทำงานในไร่หรือโรงงาน ยิ่งถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ คุณสามารถหางานชั่วคราวทำได้เกือบทั่วโลก เช่นเดียวกับ นิ้วกลม นักเขียนเจ้าของบันทึกการเดินทางยอดนิยมหลายเล่ม เล่าว่า ผมเคยทำงานไปเที่ยวไปที่อังกฤษ โดยทำงานกับเจ้าของร้านอาหารไทยที่ออกร้านขายอาหารตามงานต่างๆ เช่น แข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก งานเทศกาล และงานแสดงดนตรี ผมทำทุกอย่างตั้งแต่ยกของ ทำอาหาร ล้างจาน ได้ค่าแรงชั่วโมงละห้าปอนด์ทำอยู่สี่วัน ได้เงินนำไปใช้เที่ยวจนคุ้มเหนื่อย
            หากคุณเป็นคนไม่เลือกงาน การช่วยงานในไร่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เข้าไปดูที่ wwoof.org (World Wide Opportunities on Organic Farms) คุณจะได้ที่พักและอา หารฟรี แลกกับการทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ คุณยังหางานอื่นๆที่เปิดโอกาสให้ทำงานและเที่ยวได้ที่เว็บ helpx.net และ workaway.info

5. เที่ยวนอกฤดูกาล
          การเดินทางท่องเที่ยวนอกฤดูกาลเป็นอีกวิธีที่ประหยัดเงิน เช่น การไปเที่ยวทะเลช่วงฤดูฝนทำให้มีโอกาสเลือกที่พักราคาถูก ผู้เขียนเคยไปอินเดียตอนกลางเดือนเมษายนเพื่อเที่ยวเมืองอุทัยปุระในราชสถาน อุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ทำให้ผู้เขียนกับเพื่อนได้พักโรงแรมราคาถูกกว่าที่แนะนำไว้ในหนังสือนำเที่ยว นอกจากนี้ยังแถมอาหารเช้าอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะอากาศร้อนมาก นักท่องเที่ยวลดลงจนโรงแรมว่าง ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว มีโรงแรมที่ พักจำนวนมากเสนอราคาที่พักและบริการเสริมต่างๆ ในราคาถูก เช่น ราคาห้องพักรวมการพาเที่ยวหนึ่งวัน การใช้ห้องออกกำลังและสปา อาหารเช้า และมื้ออื่นๆ กระ ทั่งการไปเที่ยวในประเทศช่วงวันธรรมดาก็เป็นอีกวิธีที่ประหยัดได้ ด้วยข้อเสนอที่พักในราคาพิเศษ

6. นอกเส้นทาง
สำหรับหลายคน การเดินทางท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องไปสถานที่ยอดนิยม แต่กลับมีความสุขกับสถานที่แปลกใหม่ วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคนเพราะค่อนข้างลำบาก อาจต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด และแน่นอนว่าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้พอสมควร ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวยอดนิยมมักมีเพชรซ่อนอยู่ในตมซึ่งคุณสามารถพบได้ด้วยการเดินทางในแบบไม่เหมือนใคร กัณฑ์ คนแบกเป้ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ คนแบกเป้� (khonbaakpae.com) กล่าว  ผมเคยนั่งรถประจำทางจากอำเภอเชียงของไปถึงเต๋อชิงในจีนระยะทางนับพันกิโลเมตร ระหว่างทาง ผมมีโอกาสสัมผัสกับผู้คนต่างวัฒนธรรรมได้เห็นสถานที่แปลกตาและทิวทัศน์งดงาม สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่อยู่ในกำหนด การท่องเที่ยวของบริษัททัวร์
เช่นเดียวกับผู้เขียนที่เคยไปเที่ยวหิมาจัลประเทศในอินเดียช่วงสงกรานต์ แน่นอนว่าอากาศร้อนในช่วงนั้นทำให้เมืองตากอากาศอย่างซิมลาและมะนาลีเต็มไปด้วยคนอินเดียและชาวต่างชาติ ผู้เขียนจึงเลี่ยงไปทะเลสาบคาชิยาที่อยู่ไม่ไกล แต่สงบเงียบและมีทิวทัศน์งดงาม แม้การเดินทางไปกลับค่อนข้างลำบาก เพราะรถประจำทางมีน้อยและต้องอาศัยการโบกรถด้วย
แต่การ เที่ยวเลือกได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน บางครั้งคุณต้องยอมแลกกับความยากลำบากต่างๆ เช่น การจองตั๋วรถล่วงหน้าเป็นเวลานาน การค้างแรมในที่พักซึ่งไม่ได้มาตรฐาน และการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าแบบต่างๆ

7. ผจญภัย
         ด้วยเป้หลังหนึ่งใบ ถุงนอน และวิญญาณนักผจญภัย คุณสามารถเปิดโลกกว้างแห่งป่า ดงพงไพร และภูเขาลูกแล้วลูกเล่ากับเพื่อนๆคอเดียวกัน เพียงเข้าไปที่หัวเรื่อง แบกเป้ไปส่องโลก หรือ ทริปหารเฉลี่ย ใน khonbaakpae.com ที่มักมีผู้ตั้งกระทู้หาเพื่อนร่วมทางไปเดินป่าในเส้นทางยอดนิยมต่างๆ เช่น เส้นทางไปค่ายฐานเอเวอเรสต์ในเนปาลและน้ำตกในลาว
         คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นชายหญิงวัยทำงาน นอกจากนี้ยังมีบ้างที่เป็นผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ ผู้มีน้ำหนักเกิน และพนักงานบริษัทผู้ไม่เคยออกกำลัง พวกเขาไม่ยอมให้วัยหรือสภาพร่างกายเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว พร้อมผจญภัยและเจอะเจอกับความงด งามตามธรรมชาติทุกรูปแบบ เช่น การเดินป่าข้ามภูเขาเป็นลูกๆตั้งแต่เช้าถึงเย็น การก่อกองไฟเพื่อหุงข้าวทำอาหาร และการผูกเปลนอนในป่าที่รกจนไม่มีที่ว่างกางเต็นท์
          จตุรงค์ พิญพร นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร วัย 30 เคยเดินป่านาทามในอุบลราชธานีกับเพื่อนโดยปราศจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทาง แน่นอนว่านอกจากความประทับใจในทิวทัศน์งดงามของหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำโขง เขากับเพื่อนยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาและการผจญภัยต่างๆ เช่น การหลงทาง การก่อกองไฟ และการหาน้ำดื่ม หลายครั้งของการเดินป่าที่ปราศจากรอยทางเดิน ทำให้ต้องเดินไปหยุดไปเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง การเจอจุดเที่ยวชมแต่ละครั้งมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะแสดงว่าพวกเขาไม่หลงป่า หลังใช้เวลาสามวันสองคืนกับความประ ทับใจไม่รู้ลืม แม้รู้ดีว่าเงินไม่อาจซื้อประสบ การณ์แบบนี้ได้ แต่จตุรงค์กับเพื่อนลองคำนวณดูแล้วพบว่าพวกเขาใช้เงินไปไม่ถึงครึ่งของค่าที่พักในโรงแรมหรู

8. ข้อเสนอพิเศษและของฟรี

          เวลาไปเที่ยวต่างแดน ผู้เขียนเดินตั้งแต่เช้าจรดเย็นซึ่งเป็นทั้งการเที่ยวและหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ นอกจากได้เปิดหูเปิดตาเปลี่ยน บรรยากาศ ยังทำให้เลือกกินเลือกใช้ได้ของถูกอย่างเต็มที่ เช่น การกินเนื้อย่างข้างทางในตุรกี การซื้อหนังสือมือสองในออสเตรเลีย กระทั่งการเติมกระเพาะด้วยอา หารและเครื่องดื่มต่างๆที่ให้ชิมฟรีในห้างสรรพสินค้าที่คุนหมิงและเฉินตู
ซื้อหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารท้องถิ่นซึ่งลงข่าวหรือโฆษณาสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ตั๋วชม การแสดงราคาถูก คูปองส่วนลด เทศกาลอาหารที่ให้คนทั่วไปกินฟรี การขายของเพื่อการกุศล ตลาดขายของมือสอง และการนำเที่ยวชมฟรี เป็นต้น ผู้เขียนมีโอกาสชม การแสดงแสงสีเสียงในเมืองอัสวานตอนไปประเทศอียิปต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะเป็นงานเปิดตัวโบราณสถานที่เพิ่งค้นพบซึ่งรู้ข่าวกันเฉพาะชาวอัสวาน

9. เที่ยวใกล้บ้าน
          หากการเที่ยวต่างประเทศฟุ่มเฟือยเกินไป การเที่ยวในประเทศก็น่าสนใจไม่น้อย เพียงสมมุติว่าตนเองเป็นนักเดินทางข้ามแดนตามรอยนักเดินทางคนก่อนผู้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆไว้ เช่น สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ห้องแสดงงานศิลปะ สถาบันต่างๆที่คุณไม่เคยเข้าชม เป็นต้น
จินตนา พัวพิมลรัตน์ พนักงานบริษัท วัย 34 เล่าวิธีเที่ยวในกรุงเทพฯบ้านเกิดว่าดิฉันกับเพื่อนๆที่เป็นคนกรุงเทพฯด้วยกันรวมกลุ่มเกือบทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในเมืองหลวง เช่น ชมบ้านพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวิถีชีวิตคนไทยเมื่อ 40-100 ปีที่ผ่านมา ชมศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ ที่รวมงานศิลปะงดงามมากมาย ล่องเรือชม สวนเกษตรชานกรุงที่คลองมหาสวัสดิ์ แม้ แต่พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยงของสยามสมาคม ทุกครั้งที่ไปเที่ยว คนนำทางเจ้าของพื้นที่ทำ ให้พวกเราสนุกสนานผ่อนคลายกับความรู้ใหม่ๆที่ได้รับ
          นอกจากนี้ bangkoktourist.com หรือ bangkoktourist.bma.go.th ยังให้ข้อมูลเรื่อง 100 มุมมองใหม่กรุงเทพฯแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆในเมืองหลวงที่คุณอาจไม่เคยสัมผัส องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังจัดท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วยรถโดยสารปรับอากาศพิเศษยูโรทูกำหนดการ น่าสนใจ ได้แก่ ไหว้พระเก้าวัดที่อยุธยา สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตลาดน้ำดำเนินสะดวก (โทรฯ 184 และ bmta.co.th) ลองเที่ยวในบ้านเกิดเมืองนอนของคุณ ใครจะรู้ คุณอาจสนุกสนานเพลิดเพลินกว่าที่คิด

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดสยอง

มหัศจรรย์เที่ยวเมืองไทย เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

“มหัศจรรย์รอยเสด็จฯ ทุกหย่อมหญ้าใต้ฟ้าพระบารมี”มหัศจรรย์เที่ยวเมืองไทย เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา



            ททท. เดินหน้าโชว์ “มหัศจรรย์เมืองไทย” จัดคอนเสิร์ตและนิทรรศการ “มหัศจรรย์รอยเสด็จฯ ทุกหย่อมหญ้าใต้ฟ้าพระบารมี” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ขนทัพการแสดงชั้นแนวหน้าของเมืองไทย เดินสายโชว์จังหวัดเชียงใหม่-อุดรธานี คาดสร้างความภาคภูมิใจให้กับเอกลักษณ์ไทย บูมแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเสด็จฯ
             ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ ให้ปี 2554 - 2555 เป็นปี มหัศจรรย์เมืองไทย(Miracle Thailand) เพื่อแสดงศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยในแต่ละภูมิภาค โดยสื่อถึงความมีเอกลักษณ์ของเมืองไทย ที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น และปีนี้ได้จัดโครงการ “ปีมหัศจรรย์เมืองไทย 2555” (Miracle Year of Amazing Thailand 2012) ขึ้นเพื่อกระตุ้นการรับรู้ดังกล่าว เพื่อขยายการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย และเป็นหนึ่งปัจจัยที่จะก้าวสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยว 2 ล้านล้านคน ในปี 2558
           นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ (ททท.) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนทั้งประเทศในการประกาศให้ชาวโลกรับรู้ถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยอันมีเอกลักษณ์ นอกจากนั้นการจัดโครงการ “ปีมหัศจรรย์เมืองไทย 2555” ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในงานพระราชพิธีมหามงคล ซึ่งรัฐบาลและประชาชนชาวไทยทั้งประเทศร่วมถวายพระเกียรติแด่ราชวงศ์ไทย ได้แก่ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา
ล่าสุด ททท. ได้จัดคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติพร้อมนิทรรศการ ภายใต้โครงการ “มหัศจรรย์รอยเสด็จฯ ทุกหย่อมหญ้าใต้ฟ้าพระบารมี” เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระราชพิธีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์และเชิญชวนให้ประชาชนร่วมสัมผัส ผืนดินแห่งประวัติศาสตร์ด้วยการเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเอง กับความมหัศจรรย์หลากหลายด้านของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต  โดยคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 30,000 คน
         “เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์เสด็จฯทุกหย่อมหญ้าใต้ฟ้าเมืองไทยแม้ในถิ่นทุรกันดารและการเดินทางที่ยากลำบาก เพื่อบรรเทาทุกข์ราษฎรทั้งปวงให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพลิกฟื้นผืนดินแห่งนั้นให้มีความผาสุกอย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์และเชิญชวนให้ประชาชนร่วมสัมผัสผืนดินประวัติศาสตร์ด้วยการเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้นด้วยตัวเองจึงเป็นที่มาของงานเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้”
            สำหรับคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติและนิทรรศการ  “มหัศจรรย์รอยเสด็จฯทุกหย่อมหญ้า ใต้ฟ้าพระบารมี” จะเริ่มกันที่ จ.เชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2555 เวลา 19.00 น.  ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จากนั้นจะได้ประทับใจกันต่อที่ จ.อุดรธานี ในวันเสาร์ที่ 1 กันยายน2555 ณ อุดรธานีฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี 
ซึ่งภายในงาน “มหัศจรรย์รอยเสด็จฯทุกหย่อมหญ้า ใต้ฟ้าพระบารมี” จะบอกเล่าเรื่องราวเสด็จฯ ทุกหย่อมหญ้าของพระองค์ผ่านการแสดงชุดศิลปวัฒนธรรมประเพณี นำเสนอการแสดง สี เสียง และเงา ผสมผสานศิลปวัฒธรรมไทย โดย “คิดบวกสิปป์” จากรายการ Thailand’s Got Talent 2012
เพลงพระราชนิพนธ์และเพลงเทิดพระเกียรติ ขับร้องโดยนักร้องเสียงดีมีคุณภาพอย่าง “อรธนา พงษ์ประสิทธ์” (ลูกน้า) กับการขับขานเสียงขลุ่ยระดับปรมาจารย์ครูเพลง “อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี” ประชันดนตรีกับศิลปินขวัญใจวัยรุ่น “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” นักร้องและนักเปียโนชื่อดัง
นอกจากนั้นยังมีการแสดงฉ่อยเฮฮามีสาระโดยสามศิลปินจากรายการคุณพระช่วย “น้าโย่ง น้านงค์ น้าพวง” กับเรื่องราวศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย รวมทั้งการแสดงของตลกแถวหน้าผู้มากความสามารถอย่าง “ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม” ที่จะมาร่วมร้องเพลงประกอบการเล่นดนตรี กับครูดนตรีพื้นบ้านอีสาน“อ.ทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์”  ทั้งนี้บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าที่จัดงานจะมีการจัด “นิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ” เพื่อให้ประชาชนร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์  งานนี้ชมฟรีและร่วมกิจกรรมฟรีตลอดงาน
          นายธวัชชัย กล่าวว่า เป้าหมายในการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ โดยส่งเสริมให้ทุกคนได้เล็งเห็นถึงรอยเสด็จฯทุกหย่อมหญ้าของพระองค์ที่ทรงพลิกฟื้นผืนดินอันแห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และเพื่อให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และตระหนักถึงรอยเสด็จฯทุกหย่อมหญ้าของพระองค์และสนใจที่จะเดินทางไปสัมผัสสถานที่เหล่านั้นด้วยตัวเอง นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างการรับรู้ต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้ร่วมซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยในรูปแบบที่หลากหลาย เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นภายในประเทศ
            จากภาพรอยเสด็จฯของพระองค์นั้นทำให้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์เสด็จฯ ยังถิ่นทุรกันดารด้วยการเดินทางอันยากลำบาก เพียงเพื่อพลิกฟื้นผืนดินอันแห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และเพื่อดูแลราษฎรที่รักยิ่งของพระองค์ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ชุมชนมีความผาสุกอย่างยั่งยืนดังพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า...“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

เที่ยวสิบสองปันนา เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

                  
            สิบสองปันนา เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ด้วยตั้งอยู่ตรงกลางที่ลุ่มหุบเขาริมแม่น้ำโขง ซึ่งชาวไทลื้อเรียกว่า แม่น้ำล้านช้าง ชาวจีน เรียกว่า แม่น้ำหลันช้าง หรือ หลันชาง หรือ หลันชางเจียง สิบสองปันนา มีสภาพภูมิอากาศแบบป่าฝนเขตร้อน มีฝนตกชุก ไม่มีหิมะตก อากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ผืนดินจึงอุดมไปด้วยป่าไม้เขตร้อน มีความหลากหลายทางชีวภาพ 

มีความเขียวขจีตลอดทั้งปี ในผืนป่าก็อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าอย่างช้างและนกยูง ที่เป็นเสมือนสัตว์สัญลักษณ์ของสิบสองปันนา ซึ่งดินแดนอื่นในประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีสภาพความอุดมสมบูรณ์เช่น นี้ สิบสองปันนาจึงเป็นแหล่งปลูกข้าว อ้อย ยางพารา กาแฟ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ส่งขายไปยังเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน สิบสองปันนาได้รับสมญานามว่าเป็นอาณาจักรแห่งต้นไม้ เป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของมณฑลยูนหนาน และเป็นดินแดนหนึ่งที่รัฐบาลจีนภาคภูมิใจเพราะทำให้จีนได้ชื่อว่ามีผืนแผ่น ดินอันกว้างใหญ่ไพศาล มีสภาพภูมิประเทศและผืนป่าครบ ตั้งแต่ดินแดนน้ำแข็งแบบขั้วโลกจนถึงป่าเขตร้อนเหมือนเช่นแถบเส้นศูนย์สูตร อย่างผืนป่าสิบสองปันนา
สิบสองปันนา
• ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางใต้สุดมณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
สิบสองปันนา หรือ สิบสองพันนา หรือชื่อเต็มว่า เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา มีความหมายคือ 12 เมือง มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเชียงรุ่ง ซึ่งในอดีตเป็นเมืองของชาวไทลื้อ
ภูมิประเทศ
เขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนามีเนื้อที่ประมาณ 19,700 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับแขวงหลวงน้ำทา แขวงพงสาลี ของประเทศลาวและรัฐฉาน ของประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำโขงไหลผ่านตอนกลาง

ประวัติเมืองสิบสองปันนา
เมืองสิบสองปันนานั้นได้เป็นราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง เมื่อประมาณ 830 ปีก่อน โดยพญาเจืองหรือสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 1
อาณาจักรสิบสองปันนาเริ่มเป็นปึกแผ่นและแผ่ขยายอาณาเขตมากที่สุดในยุคท้าวอินเมือง สามารถขยายอาณาเขตเข้าไปยึดถึงเชียงตุง เมืองแถน (เดียนเบียนฟู) เชียงแสน ล้านช้าง จึงเป็นเหตุให้การอพยพชาวไทลื้อจากเชียงรุ่งและอีกหลายหัวเมืองเข้าไปสู่ดินแดนดังกล่าว เพื่อเข้าไปตั้งชุมชนปกครองหัวเมืองประเทศราช
สิบ สองปันนาดำรงความมั่นคมเฟื่องฟูอยู่ 100 กว่าปี ก็ถูกรุกรานโดยชาวมองโกลและตกอยู่ในการปกครองของจีนในปี พ.ศ.1833 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากชื่อภาษาไทลื้อมาเป็นภาษาจีนและเจ้าผู้ครองนครชาวไท ลื้อถูกเรียกว่าเจ้าแสนหวีฟ้า
หลังจากที่พม่าได้ก่อตั้งอาณาจักรตองอูและขยายอาณาเขตของตนไปทางตะวันออก พม่าได้ยึดเมืองสิบสองปันนา จากนั้นจึงได้แบ่งเมืองสิบสองปันนาออกเป็น 12 หัวเมือง ได้แก่ เมืองฮาย เมืองม้าง เมืองหุน เมืองแจ้ เมืองฮิง เมืองลวง เมืองอิงู เมืองลา เมืองพง เมืองอู่ เมืองอ่อง และ เมืองเชียงรุ่ง จึงเรียกเมืองเหล่านนี้รวมกันว่า สิบสองปันนา และในช่วงสมัยนี้เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมพม่าและพระพุทธศาสนาได้เข้าแผ่ขยายเข้าไปในเขตสิบสองปันนา
สมัยรัตนโกสินทร์
ใน สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังจากพระองค์ได้ส่งทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และ อาณาจักรล้านนา จากพม่าแล้ว พระองค์ได้โปรดให้พระเจ้ากาวิละเป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองเชียงรุ่งและกวาดต้อน พลเมืองชาวไทลื้อในสิบสองปันนา ไทลื้อเมืองพน เมืองหย่วน เมืองล่า ชาวไทขึนและชาวไทใหญ่จากเมืองเชียงตุง มาอยู่ที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และน่านเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกกันว่ายุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" อันเป็นวิธีฟื้นฟูอาณาจักรล้านนา เพราะในช่วงก่อนนั้นพม่าได้กวาดต้อนชาวล้านนาไปอยู่ที่ พุกาม และ มัณฑะเลย์ ไปจำนวนมาก
เชียงรุ่งถูกยื้อแย่งดึงโดยอาณาจักรใกล้เคียงไปมาอยู่ไม่นาน กระทั่งยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคมในช่วงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส เข้ามาขีดเขตอำนาจของตนให้พม่าไปอยู่กับอังกฤษ สิบสองปันนาอยู่กับจีน เชียงตุงไปกับพม่า และฝรั่งเศสคุมลาว กัมพูชาและเวียดนาม
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเชียงรุ่งถูกยุบจากเมืองหลวงเป็นแค่หัวเมืองและเจ้าปกครองนครทั้งหลายก็ถูกปลด ในปัจจุบันคนที่มีแซ่เต๋าก็คือเชื้อเจ้าในสิบสองปันนาที่เคยครองเมืองทั้งหลายเหล่านี้

 

เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข

“เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข”
ตามสโลแกน เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง





           เดือน พฤษภาคมนี้ เริ่มเข้าสู่หน้าฝนแล้ว  ใน Theme  “เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข" เพื่อกระตุ้นการตลาดท่องเที่ยว หรือสร้างบรรยากาศการเที่ยวอย่างมีสไตล์ของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมีสไตล์ในหน้าฝนของ 19 จังหวัดภาคกลาง ที่มีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาดกับการค้นหาแง่มุมที่ท่านชื่นชอบกับความเขียวขจีของสีสันท้องทุ่งป่าเขาลำเนาไพร มุมที่ท่านรู้สึกดีๆ มีความประทับใจ มีความสุขสดชื่น-สุขสงบในยามฝนพรำ...หรือ บรรยากาศฟ้าหลังฝน...กับ ไอดินกลิ่นฟ้าฝน...น่าค้นหาความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง  เที่ยวหน้าฝนก็มีความแตกต่างน่าประทับใจไปอีกสไตล์
           “เที่ยวภาคกลาง” กับ “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลางในหน้าฝน” ใน 19 จังหวัดกับ 6 มุมมอง 6 สไตล์ที่น่าท่องเที่ยว...ในต้นฤดูฝนนี้ ค
สไตล์ “มนต์เสน่ห์ทะเลวัง”
       >> เที่ยว หน้าฝนแถบจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยการเที่ยวสไตล์ความยิ่งใหญ่อลังการของวัง เช่น เที่ยวพระราชวังของรัชกาลที่ 4(พระนครคีรี-เขาวัง) , เที่ยวพระราชวังของรัชกาลที่ 5 (พระรามราชนิเวศน์-วังบ้านปืน) , เที่ยวพระราชวังรัชกาลที่ 6 (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) , เที่ยวพระราชวังรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 (วังไกลกังวล/หัวหิน) ฯลฯ
       >> หรือ เที่ยวทะเล 3 แบบ ให้เลือก มีดังนี้
ทะเลแบบไฮโซ (หัวหิน/ปราณบุรี/บ้านกรูด)
ทะเลแบบบ้านบ้าน (ชะอำ/หาดเจ้าสำราญ/ปึกเตียน) และทะเลโคลน (บ้านแหลม) หรือ คลองโคลน (สมุทรสงคราม) ฯลฯ

สไตล์ “แดนสวรรค์ตะวันตก”  เที่ยวดินแดนแห่งความพิศวง ในยามฝนตกพรำๆ แถบจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
     
        >>  เที่ยวเมืองกาญจน์เบิกบานทั้งปี



เที่ยวหน้าร้าน นอนแช่น้ำ @ ศรีสวัสดิ์

เที่ยวหน้าหนาว นอนนับดาว @ ทองผาภูมิ   photo by Arcadian

เที่ยวหน้าฝน นอนชมหมอกขาวป่าเขียว เที่ยวถิ่นวัฒนธรรม @ สังขละบุรี)

      >>  หรือจะไปเที่ยว เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ท่ามกลางทุ่งหญ้าและธรรมชาติบริสุทธิ์ของเทือกเขาตะนาวศรี @ สวนผึ้ง-ราชบุรี

สไตล์ “เที่ยวท่องล่องชมวิถีชีวิตชุมชน” เที่ยวชมวิถีชีวิตของผู้คนลุ่มน้ำภาคกลางในบรรยากาศของชาวไร่ ชาวสวน “เที่ยวตลาดบก-ตลาดน้ำ-ตลาดเก่า-ตลาดใหม่ทันสมัย”



      >> เที่ยวหน้าฝนชวนค้นหาความสุข แถบจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

       >>  เที่ยว วัด วัง เที่ยวเมืองเก่า เที่ยวเมืองโบราณ เที่ยวตามหารเรื่องเล่า เรื่องเก่าๆ ในอดีต ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย ในแง่มุมต่างๆ ในหน้าฝน แถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง และชัยนาท น่าสนุกเรียนรู้ไปกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
สไตล์ “ผจญภัยหัวใจสีเขียว”
       >>เที่ยวหน้าฝน พักผ่อนแบบลุยๆ มีสไตล์พร้อมผจญภัยกับกิจกรรมต่าง ๆ ในค่ายทหาร
          >>เที่ยวไปในทุ่งกว้าง สวนดอกไม้ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ธรรมชาติ ป่า เขา ลำเนาไพร และเมืองคาวบอย ในแถบจังหวัด ลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี
สไตล์ “กรุงเทพฯ สุขหรรษา”
          >>เที่ยว แบบมีสไตล์ เที่ยวแบบหลากหลาย กับสโลแกน “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง” ในบรรยากาศฟ้าหลังฝนที่พลาดไม่ได้ต้องไปค้นหาความสุขในสไตล์ของคุณและคนที่ คุณรู้ใจในแถบจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทปราการ ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร


วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เกาะไข่ สุสานปะการัง ^^"




เกาะไข่ ในประเทศไทยมีอยู่หลายแห่งชื่อนั้นอาจซ้ำเพราะทุกเกาะมีลักษณะคล้ายไข่ดาวในทะเลอันดามัน มีเกาะไข่อยู่สองแห่งล้วนแต่สวยงาม คือเกาะไข่ ตะรุเตากับเกาะไข่ จ.พังงา เกาะไข่ จ. พังงาเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ในอ่าวพังงา มีด้วยกัน 3 เกาะคือ เกาะไข่ใน เกาะไข่นอก และเกาะไข่นุ้ย ซึ่งปัจจจุบันเกาะที่ สามารถท่องเที่ยว ได้มีเพียง 2 เกาะ คือ เกาะไข่ในและเกาะไข่นอก สามารถดำน้ำดูปะการังได้ทั้งสองเกาะ สำหรับเกาะที่ นักท่องเที่ยว นิยมเที่ยวและงดงามที่สุด คือ เกาะไข่นอก เกาะไข่นอก ป็นเกาะเล็กๆที่มีความสวยงามด้วยโขดหิน หาดทรายขาว น้ำทะเลใส รอบเกาะสามารถดำน้ำดูปะการังหลากชนิด มีปลาสวยงาม เกาะไข่นอกประกอบด้วย 2 หมู่เกาะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ดาวกลางทะเล มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ด้านหน้าของ เกาะเหมาะแก่การ นอนอาบ แดด มีสันทรายเล็กๆ เชื่อมต่อไปถึงโขดหินแห่งหนึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่ดีในการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น รอบเกาะ สามารถ ลงเล่นน้ำได้ น้ำใส แต่ต้องคอยระวังคลื่นลมแรงบ้างเป็นบางวัน ควรลงเล่นน้ำในด้านที่คลื่นลมสงบ บนเกาะมีร้านค้าบริการอาหารและเครื่องดื่มแบบง่ายๆ และเก้าอี้ผ้าใบเรียงรายอยู่ตลอดชายหาดไว้คอย บริการ นักท่องเที่ยวอีกด้วย
เกาะไข่ใน เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ หาดทรายขาวละเอียดสะอาดตลอดชายหาดทั้งด้าน ทิศเหนือและทิศตะวันตกของเกาะ น้ำทะเลสวยใสน่าเล่นรอบๆเกาะมีปะการังที่สามารถดำน้ำตื้นดูง่าย เช่น ปะการัง แผ่นปะการังจาน แต่ที่เด่นที่สุดคือ ฝูงปลาหลากสี หลายชนิดที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ถัดมาทาง ด้านตะวันออก ของเกาะยังมีหินรูปหัวช้างและรุปเต่า 3 ตัวปะติมากรรมทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของกระแสลม นักท่องเที่ยวสามารถเดินรอบเกาะได้ภายใน 2 นาทีมีหาดทรายขาวละเอียด ต้นไม้ร่มรื่น ไร้สิ่งปลูกสร้างมีปะการัง และฝูงปลาอยู่ในบริเวณตื้นไม่ไกลจากชายหาด
ฤดูการท่องเที่ยว พฤศจิกายน - เมษายน



ที่มา >> http://www.paiduaykan.com/76_province/south/phangnga/khokhai.html


ท่องเที่ยวให้มีความสุข


            ได้เที่ยว ได้แอ่ว ถือเป็นของของขวัญ เป็นสีสัน เป็นกำไรของชีวิต แต่เที่ยวอย่างไร จะมีความสุข สนุกสนานและเบิกบานใจ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา
ก่อนอื่น ควรถามตนเองก่อนว่า ทำไมถึงไปเที่ยว ไปเพื่อผ่อนคลาย ไปดูไปเห็น ไปกินไปถ่ายภาพ ไปเติมพลัง ไปกราบพระขอพร ไปเพราะเขาไปกัน กำลังฮิตติดกระแส หรือไปสัมผัสบรรยากาศ ไปตามความฝัน จินตนาการ ไปเรียนรู้วิถีธรรมชาติ ฯลฯได้คำตอบแรกแล้ว ก็มาดูว่า ต้องการเที่ยวในรูปแบบใด เที่ยวแบบทัวร์ ไปกับครอบครัว ไปเดี่ยวๆ เงียบๆ หรือไปแบบเฮฮาเต็มที่ จะได้เตรียมอารมณ์ เตรียมร่างกาย เตรียมจิตใจ มีใครเดินทางไปด้วย สภาพรถเป็นอย่างไร การเดินทางไปอย่างไร ใครขับรถ ถ้าขับเอง มีคนเปลี่ยนขับไหม ใครป่วยบ้าง
          จากนั้นก็วางแผน ประเมินความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย หาข้อมูล เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลประเพณี วัฒนธรรม สภาพอากาศ ภูมิประเทศ มีหนังสือ มีเว๊บไซต์ใดที่จะให้ข้อมูลได้ โทรไปถามที่ไหน 

            การเตรียมตัว เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ เครื่องใช้ กระเป๋า หรือเป้ ส่วนสถานที่พัก จะเป็นที่ใดเช่นโรงแรม หรือรีสอร์ท กางเต๊นท์ หรือบ้านเพื่อน โฮมสเตย์ จองอย่างไร ค่าใช้จ่ายอย่างไร หากซื้อเหมาแพคเก็จท่องเที่ยว ตรวจสอบให้ดี เพราะอาจมีเงื่อนไขที่มีข้อยกเว้น เช่น ราคาตามแพคเกจมักยกเว้นช่วงฤดูท่องเที่ยว
การขับรถต้อง เคารพกฎจราจร มีน้ำใจบนท้องถนน อย่าเมา อย่าง่วง ง่วงไม่ขับ อย่าหวังพึ่งกาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง อีกเรื่องที่ทุกคนไม่อยากเจอคือการหลงทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้น แต่เราควรการเตรียมแผนที่ สำรวจสภาพเส้นทาง เช่น ทางภาคเหนือ มักเป็นเส้นทางบนเขา คดเคี้ยวสูงชัน หากไม่มั่นใจควรใช้บริการรถท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เช่น การขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ แทนที่จะขับรถไปเอง ก็อาจใช้บริการรถนำเที่ยวแทน หากไม่ชินเส้นทาง
            ควรศึกษาเรื่องราวท้องถิ่น ระเบียบสังคม วัฒนธรรมประเพณี หากไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ก็สามารถไถ่ถาม และมีมารยาทอันดีงาม เราก็หมดปัญหาในเรื่องนี้ ยกเว้นบางแห่งมีข้อห้ามหรือการใช้สัญญลักษณ์ที่มีความหมายไม่เหมือนกัน สำหรับในเมืองไทยไม่ค่อยมี แต่อาจมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนท้องถิ่นที่เราอาจไม่รู้ ก็ควรสังเกต ซักถาม อ่อนน้อมถ่อนตน แค่นี้ก็ทำให้การเที่ยวสนุก ได้เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น อุปกรณ์สื่อสารต้องไม่พลาด มือถือ ไอแพดไอโฟนตามอัธยาศัย และต้องไม่ลืม กล้องถ่ายรูป ศึกษาการถ่ายภาพไว้บ้างจะได้ไม่พลาดภาพเด็ดๆสวยๆ สำรองแบตเตอรี่ สำรรอง memory card เวลาถ่ายภาพก็ถ่ายให้หลากหลายมุมมอง บางคนไปเที่ยวที่ไหนก็มีแต่รูปตนเองเต็มพื้นที่ มาถึงบ้านหารูปสถานที่ท่องเที่ยวไม่เจอ การถ่ายภาพในยุคนี้เป็นการบันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวได้มากมายตามสไตล์ของแต่ละคน เพียงแต่บางสถานที่ หากมีข้อห้ามควรเคารพตามกติกา

            อาหารประจำถิ่นก็มักเป็นจุดหมายหนึ่งของการท่องเที่ยว เมนูอาหารพื้นเมืองเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยว บางคนพกพาอาหารสำเร็จมากมาย มีแต่กล่องซองถุงเต็มรถ หากเราเปิดใจลองชิมอาหารท้องถิ่นบ้างก็จะทำให้การท่องเที่ยวมีอรรถรสยิ่งขึ้น เพียงแต่หากเราไม่เคยชินในบางเมนู ก็ควรค่อยๆลองชิมก่อน
ส่วน สถานที่ท่องเที่ยว ควรศึกษาและเคารพกฎ กติกา ข้อห้าม ข้อควรระวังต่างๆ บางคนมีเป้าหมายว่าต้องไปถึงสถานที่เป้าหมายให้เร็วๆ ไม่สนใจต้นไม้รายทาง วิวทิวทัศน์รอบตัวไม่สนใจ มุ่งไปเที่ยวถ้ำก็จะต้องไปถึงถ้ำเท่านั้น อย่างนี้ก็จะเสียดายเสน่ห์ขณะเดินทางหาคนท้องถิ่นที่รู้จักไว้บ้างจะได้แนะนำ เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย เราอาจได้เที่ยวที่อื่นๆที่อาจไม่อยู่ในแผนเป็นของแถม นอกจากนี้ควรมีการเตรียมเบอร์โทร ฉุกเฉิน หรือแผนฉุกเฉินไว้บ้าง
ที่ขาดไม่ได้คือของที่ระลึก ของฝาก แวะทีซื้อที หากวางแผนดีดี เราจะได้ซื้อของที่ตั้งใจไว้ ได้ซื้อซะที แล้วยังได้ของที่ระลึกหลากหลาย โดยเฉพาะภาคเหนือของเรา มีงานหัตกรรม ของฝากของขวัญมากมายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว
          ไม่ว่าท่านจะท่องเที่ยวที่ไหน ขอให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีอัธยาศัยไมตรี แต่ก็ต้องรู้ทัน อย่าไว้ใจใครง่ายเกินไป และหากมีเรื่องขุ่นเคืองใดระหว่างเดินทางท่องเที่ยวก็ควรขจัดทิ้งไป ให้อภัยกัน ช่วยกันสร้างความรื่นรมย์ในการเดินทางท่องเที่ยว และอย่าทิ้งขยะ ระหว่างทาง อย่าขนขยะไปทิ้งบนดอย รู้จักพับเก็บขยะในรถ ให้มีขนาดเล็ก และเอาไปทิ้งในถังขยะ
ปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมี สุขภาพดี มีความสุข สนุกสนาน เบิกบานใจค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยว บอกนิสัย


บาร์


เป็นคนที่รักสมาคม ไม่ชอบอยู่คนเดียว มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง นิสัยขี้ขลาด หวาดกลัว

ดิสโก้เธค


นิสัยอ่อนไหว ชอบและรักที่จะลองของใหม่ ไม่มีความรับผิดชอบ เรื่องการหาเงินได้เท่าไร ก็จะใช้ให้หมดไป โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า

เดินห้างสรรพสินค้า


ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง รักความโดดเดี่ยว

วันหยุดไปมหาวิทยาลัยประจำ


รักความอิสระ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย หยิ่งและทะนงในตัวเอง

เที่ยวชนบท


รักธรรมชาติ ชอบศิลปะ มีความคิดเฉลียวฉลาด มักจะหงุดหงิด คิดมาก เมื่ออยู่คนเดียว

เที่ยวภูเขา



มักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเพศ ชอบพูดเรื่องสัปดน คำผวน จีบผู้หญิงไม่เลือกหน้า เป็นคนไม่มีความจริงจัง ไม่คิดมาก

เที่ยวทะเล


เป็นคนดื้อดึง นิสัยคล่องแคล่วว่องไว แข็งกร้าวและกระด้างทั้งกายและใจ เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ใจร้อน มักจะโกรธหรือโมโหโดยไร้เหตุผล

เที่ยวน้ำตก


อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ใจร้อน มักจะมีนิสัยสุภาพอ่อนโยน กับคนทั่วไป เข้ากับคนง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ดี

เที่ยววัดเก่า เมืองโบราณ


รักที่จะศึกษาหาความรู้ รักความสงบ มีความมานะพยายาม ทะนงตัว มีความทะเยอทะยานสูง มีเหตุผล ใจร้อนมาก