วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

เทคนิคเที่ยวทะเลไม่ให้ผิวเสีย


           ช่วงนี้อากาศร้อนมาเยือนแบบเต็มๆ กันแล้วฝากความห่วงใยไปถึง คนเป็นพ่อแม่ด้วยละกัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมพอดิบพอดี พ่อแม่จำนวนมากมักจะพาลูกหลบร้อนไปเที่ยวทะเล 
        ทั้งที่เอาเข้าจริงน่าจะบอกว่าหลบร้อนในเมืองไปเจออากาศที่ร้อนกว่าที่ทะเล นะเนี่ย...!!!ก็เลยอยากฝากประเด็น อย่าประมาทเรื่องแสงแดดในช่วงอากาศร้อนระอุแบบนี้ โดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งหลาย เป็นเรื่องของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องระมัดระวังเรื่องแสงแดดให้เจ้าตัวน้อยของเราด้วย ที่ผ่านมา ความเข้าใจในเรื่องการดูแลลูกขณะพาลูกไปเที่ยวทะเลในบ้านเรายังคลาดเคลื่อนอยู่มาก

        ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจ้าแสงแดด แสงแดด ประกอบด้วย พลังงานแสงหลายชนิด ที่เรารู้จักและ คุ้นเคยกันดี ก็คือ แสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ แสงอัลตราไวโอเลตชนิด เอ, บี และ ซี (UVA, UVB, UVC) แต่แสงอัลตราไวโอเลตที่ก่อปัญหาให้กับผิวหนังของคนเรามีสองชนิด คือ แสงอัลตราไวโอเลต เอ และ บี เท่านั้น

     ปริมาณของแสงอัลตราไวโอเลต แตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ฤดูกาล สภาพอากาศ และช่วงเวลา ของวัน ประเทศที่อยู่แถบเส้นศูนย์สูตร อย่างบ้านเราได้รับปริมาณแสงอัลตราไวโอเลตจำนวนมาก และเจ้าแสงอัลตราไวโอเลต เอ ก็มีความยาวช่วงคลื่นยาวสามารถผ่านลงในชั้นผิวหนังของคนเราได้ลึกกว่าแสงอัลตราไวโอเลต บี

     จริงอยู่ว่าแสงแดดมีประโยชน์ ต่อผิวหนังของมนุษย์ เพราะช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างวิตามินดี แต่การโดนแดดในปริมาณที่มาก หรือระยะเวลานาน ก็ส่งผลเสียให้กับเราอย่างมากมายเช่นกันผลของแสงอัลตราไวโอเลตต่อผิวหนังของเรา ที่พบกันบ่อยๆ ก็คือ ผิวหนังเกิดการไหม้แดง (Sunburn) โดยเฉพาะการโดนแดดในช่วง 10.00-16.00 น. เป็นระยะเวลานาน ยิ่งถ้าอยู่บริเวณชายทะเล จะมีการสะท้อนของแสงอัลตราไวโอเลตจากน้ำทะเล หรือทรายอีกต่างหาก

    ไม่เฉพาะบ้านเราเท่านั้น ในต่างประเทศก็ทำงานวิจัยเรื่องผลกระทบแสงแดดต่อผิวหนังเด็กเช่นกั ทีมนักวิจัยจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาเด็กผิวขาวจำนวน 681 คน เกี่ยวกับจำนวนไฝ ที่เพิ่มขึ้นบนผิวหนัง ซึ่งไฝเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่พัฒนาไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนัง ผลการศึกษาพบว่า จำนวนครั้งที่ผู้ปกครองพาลูกไปไปเที่ยวทะเลและโดนแสงแดดริมทะเล มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มจำนวนของไฝที่มากขึ้นได้ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์

    เตือนผู้ปกครอง ว่าควรเพิ่มความระมัดระวังในการพาลูกไปเที่ยวทะเล เพราะเป็นสถานที่ที่มีแสงแดดเข้มข้น และผิวหนังของเด็กมักจะได้รับแสงแดดเต็มที่ หากไม่มีชุดว่ายน้ำมาปกปิด“ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กโดนแสงแดดในช่วง 10.00-16.00 น.นานเกินไป โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดมีความเข้มข้นสูง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังในเด็กได้ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรให้เด็กสวมเสื้อแขนยาว”

    ความเชื่อผิดๆ ว่าครีมกันแดดช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ 100% นั้น ในความเป็นจริง เด็กๆ มักเพลินกับการเล่นจนใช้เวลาริมหาดนานเกินกว่า ที่ครีมกันแดดจะสามารถปกป้องได้ เพราะในช่วงที่แดดแรง ครีมกันแดดจะสามารถปกป้องผิวได้เพียง 1.30-2 ชั่วโมง จึงควรทาครีมกันแดดซ้ำ และพบว่า เด็กผู้ชายมีโอกาสเพิ่มจำนวนไฝ สูงกว่าเด็กผู้หญิง 19% ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กผู้ชายชอบเล่นกลางแจ้งมากกว่าเด็กผู้หญิง

    การรู้จัก ปกป้องผิวจากแสงอัลตราไวโอเลตตั้งแต่เด็กโดย เฉพาะก่อนอายุ 20 ปี และดูแลอย่างสม่ำเสมออย่างถูกวิธี ก็เท่ากับเป็นการปกป้องผิวหนังของลูกเราไม่ให้เสื่อมไปก่อนวัยอันควรนั่นเอง

    เทคนิคในการดูแลผิวเมื่อต้องออกแดด ควรทาโลชั่น หรือ ครีมกันแดดสำหรับเด็กให้ลูกก่อนออกแดดทุกครั้ง และควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทีมีคุณภาพเหมาะสำหรับเด็กและมีค่า SPF (Sun Protect Factor) อย่างน้อย 15 เท่า

    เพราะค่า SPF ที่สูงจะสามารถปกป้องแสงแดดได้ดีกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำกว่า กรณีที่ต้องว่ายน้ำควรเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดชนิดกันน้ำได้ด้วย นอกจากผิวหนังแล้ว ก็ควรทาลิปสติกที่มีสารกันแดดด้วยส่วนการจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสม ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละคน สำหรับคนที่ไปเที่ยวทะเลควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง และเลือกใช้แบบกันน้ำ water resistant และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชม.

เทคนิคการเที่ยวต่างประเทศอย่างปลอดภัย




         เราทุกคนต่างก็มีประเทศที่อยากลองไปเที่ยวด้วยกันทั้งนั้น เพราะบางครั้งเราก็อยากจะเปลี่ยนจากบรรยากาศแบบเดิม ๆ ออกไปศึกษาวัฒนธรรมใหม่ ๆ หรือลองทานอาหารต่างประเทศจากถิ่นกำเนิดดูบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น นอกจากจะคิดถึงเรื่องสนุกแล้ว เราก็ควรห่วงความปลอดภัยของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าประเทศไหน ๆ ก็มีพวกมิจฉาชีพที่หวังจะเอาเปรียบนักท่องเที่ยวซ่อนอยู่ด้วยทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราจึงควรดูแลความปลอดภัยของตัวเองตลอดเวลา ด้วยการทำตามวิธีเหล่านี้...

 1. อย่าใส่เครื่องประดับโชว์ 

          เครื่องประดับมีราคาจากแบรนด์ดัง ๆ จะช่วยให้ผู้คนรอบข้างหันมาสนใจคุณมากขึ้น รวมถึงพวกมิจฉาชีพที่คุณอยากจะหลีกหนีด้วย เพราะเครื่องประดับพวกนี้ จะทำให้พวกเขาแน่ใจได้ว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงปล้นคุณสักครั้ง เพราะของที่ได้ไปน่าจะขายได้ราคาแพงเลยทีเดียว ดังนั้น เก็บเครื่องประดับแพง ๆ ไว้ที่บ้านบ้างก็ได้ แล้วเลือกใส่กำไล้ข้อมือถักน่ารัก ๆ ราคาเบา ๆ สักเส้นก็ดูดีแล้ว

 2. เก็บเงินอย่างระมัดวัง

          อย่าถือเงินเดินไปมาจนเด่นสะดุดตา เมื่อใช้เงินเสร็จแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋าทันที และกดเงินจากตู้ในธนาคารที่มีคนพลุกพล่านเท่านั้น เพื่อไม่ให้พวกโจรเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ ก็ไม่ควรเก็บเงินไว้ที่เดียวกันหมด แบ่งเก็บตามจุดต่าง ๆ เช่น ที่พัก พระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเดินทาง หรือซ่อนไว้ตามอกเสื้อบ้างก็ได้ ถ้าเผื่อถูกขโมยขึ้นมาจริง ๆ จะได้มีเงินสำรองเหลือเผื่อไว้ใช้บ้าง

 3. พกเครื่องป้องกันตัวใส่กระเป๋าไปด้วย 

          สเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า หรือมีดพกคงไม่หนักกระเป๋าคุณเท่าไหร่หรอก แต่มันจะช่วยให้คุณรู้สึกปลอดภัยขึ้นอีกมาก และยังสามารถเอามาใช้ป้องกันตัวในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น จัดที่ไว้ในกระเป๋าสำหรับของพวกนี้ด้วย บางทีคุณอาจจำเป็นต้องใช้มัน โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลายยิ่งควรพกไปด้วยเป็นพิเศษ เพราะผู้หญิง (ส่วนใหญ่) ใช้กำลังของตัวเองชนะผู้ชายไม่ได้หรอก

 4. เลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว

          แม้แต่ที่ซึ่งคุณคุ้นทางอยู่แล้วในประเทศตัวเอง คุณยังไม่ควรเดินในที่มืด ๆ คนน้อย ๆ ตามลำพังเลย แล้วถ้าไปเดินในที่แบบนี้ต่างเมืองล่ะก็ จะไม่ยิ่งอันตรายขึ้นอีกหรือ ที่แบบนี้แหละที่พวกโจรมักไปรวมตัวกัน รอดักเหยื่อที่เดินเข้ามา ดังนั้นพยายามอยู่ในที่มีคนพลุกพล่านเข้าไว้ อย่าเดินหรือจอดรถในที่เงียบ ๆ ไม่มีคนเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงค่าจอดรถแพง ๆ ก็คุ้มค่ากว่าการถูกปล้นแน่นอนล่ะ

 5. ระวังในการบอกข้อมูล

          บอกข้อมูลส่วนตัวของคุณเฉพาะเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ตอนที่ต้องกรอกเอกสารสำคัญ ๆ แต่อย่าเอาข้อมูลอย่างเบอร์ห้อง เบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ ไปพูดเสียงดังในระยะที่คนแปลกหน้าได้ยินเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้หรอกว่า คนพวกนี้จะเป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมาบ้างหรือเปล่า ซึ่งเขาอาจเอาข้อมูลของคุณไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด แบบที่คุณไม่คาดฝันมาก่อนเลยก็ได้

 6. ถ่ายเอกสารสำคัญไว้ให้ที่บ้าน

          แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่คุณก็อาจทำเอกสารที่ต้องใช้เช่นพาสปอร์ต หายหรือถูกขโมยไปได้ เพราะฉะนั้น ควรถ่ายเอกสารของพวกนี้เอาไว้ให้ครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ ซึ่งไม่ได้มาเที่ยวครั้งนี้กับคุณเก็บเอาไว้ด้วย เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ขอสำเนาจากพวกเขาได้ นอกจากนี้ ก็ควรทิ้งเบอร์ติดต่อที่พักไว้ให้พวกเขาด้วย เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้บอกให้คุณรู้ได้

 7. อย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป

          อย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป โดยเฉพาะคนแปลกหน้า เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขามาดีหรือมาร้าย และหวังจะหาประโยชน์จากเรายังไงบ้าง ดังนั้น ถ้าคุณรู้สึกได้ว่าเขาดูพยายามเข้าหาคุณมากเกินไป หรือรู้สึกได้ว่าเขาทำดีมากเกินจนไม่เป็นธรรมชาติ เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองเอาไว้ และพยายามตีตัวห่างจากเขาจะดีกว่า นอกจากนี้ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังถูกคนแอบตาม ก็อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ รีบไปในที่มีคนมาก ๆ และขอให้ใครช่วยทันทีจะดีกว่า

          จำไว้ว่าอย่าเที่ยวเพลิน จนลืมใส่ใจความปลอดภัยของตัวเองด้วย เพราะเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้น ควรเที่ยวอย่างระมัดระวังตัวด้วยนะคะ

9 วิธีท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า


           ในฐานะที่เราเป็นนักท่องเที่ยวเจนเนอเรชั่นใหม่ เพราะฉะนั้น นอกจากเราจะไปเที่ยวทุกที่อย่างเต็มเหวี่ยงแล้ว ก็ต้องคุ้มค่ากับค่าเงินในการเดินทางด้วย เราเลยรวบรวมวิธีการท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋ามาบอกเล่ากัน เผื่อเพื่อนๆ จะได้เกทไอเดียไปลองๆ ใช้ดูมั่งนะคะ ^^
 1. ค่าเดินทาง
เรื่องเซฟค่าเดินทางก็เป็นอะไรที่สำคัญเพื่อจะเก็บเงินในกระเป๋าไว้เพื่อไปเที่ยวเล่นอย่างสบายใจ ลองดูๆ สายการบินต้นทุนต่ำ เพราะบางครั้งค่าตั๋วถูกกว่านั่งรถไฟหรูด้วยซ้ำ หากวางแผนไปช่วงฤดูท่องเที่ยว ต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน แต่หากคุณมีเวลามากพอ และไม่เร่งรีบ การเดินทางด้วยรถไฟ หรือรถโดยสารยิ่งช่วยประหยัดมากขึ้น แต่อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้า หากชอบขับรถเที่ยว ร่วมโดยสารรถคันเดียวไปกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แล้วช่วยกันแชร์ค่าน้ำมันก็จะยิ่งประหยัดได้มากขึ้นค่ะ

2. ที่พัก
บ่อยครั้งที่ค่าโรงแรมเป็นค่าใช้จ่ายมากที่สุดของการเดินทางท่องเที่ยว เหตุนี้บ้านเยาวชนจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่จำกัดแค่นักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าคุณอยู่ในวัยไหน คุณมีสิทธิ์ใช้บริการที่พักราคาถูก แต่จะได้ราคาถูกเป็นพิเศษหากอายุต่ำกว่า 18 ปี ยิ่งกว่านั้น หากคุณเป็นสมาชิกสมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย (yha.org) สามารถใช้บริการสถานที่พักราคาประหยัดทั่วโลกมากกว่า 7,000 แห่งเลยเชียวนะ !!  นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ของ GlobalFree Loaders, The Hospitality Club, SERVAS International, Stay4Free, BeWelcome และ CouchSurfing ที่เป็นตัวกลางให้คุณติดต่อขอพักอาศัยกับครอบครัวในท้องถิ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงการประหยัดเงินเพียงอย่างเดียว ต้องรู้จักตอบแทนบ้านของบ้านเขาบ้างนะ

3. อยู่บ้านคนอื่น
หากสะดวกใจกับการให้ผู้อื่นพักอาศัยในบ้าน คุณอาจลงทะเบียนในโครงการแลกบ้านกันอยู่ที่เว็บไซต์ HomeExchange.com เพียงกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านคุณและประเทศที่ต้องการไปเที่ยว นอกจากนี้ยังมี House Carers.com สำหรับผู้ต้องการคนดูแลบ้าน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่อยู่ได้นานนับสัปดาห์หรือเป็นเดือน ผู้มาพักอาจต้องช่วยดูแลสัตว์เลี้ยง สวน และทำความสะอาดบ้าน บางครั้งอาจรวมถึงรับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์อีกด้วย

4. เที่ยวพร้อมทำงาน
นักเดินทางที่อายุน้อยและเป็นโสดอาจทำงานหาเงินเที่ยวรอบโลกด้วยการทำงานชั่วคราว สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่พี่เลี้ยงเด็ก ครูสอนภาษาอังกฤษ หรือทำงานโรงแรม ทำงานในไร่หรือโรงงาน ยิ่งถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ คุณสามารถหางานชั่วคราวทำได้เกือบทั่วโลก หากคุณเป็นคนไม่เลือกงาน การช่วยงานในไร่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เข้าไปดูที่ wwoof.org (World Wide Opportunities on Organic Farms) คุณจะได้ที่พักและอาหารฟรี แลกกับการทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ คุณยังหางานอื่นๆที่เปิดโอกาสให้ทำงานและเที่ยวได้ที่เว็บ helpx.net และ workaway.info

5. เที่ยวนอกฤดูกาล
การเดินทางท่องเที่ยวนอกฤดูกาลเป็นอีกวิธีที่ประหยัดเงิน เช่น การไปเที่ยวทะเลช่วงฤดูฝนทำให้มีโอกาสเลือกที่พักราคาถูก ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว มีโรงแรมที่ พักจำนวนมากเสนอราคาที่พักและบริการเสริมต่างๆ ในราคาถูก เช่น ราคาห้องพักรวมการพาเที่ยวหนึ่งวัน การใช้ห้องออกกำลัง และสปา อาหารเช้า และมื้ออื่นๆ กระทั่งการไปเที่ยวในประเทศช่วงวันธรรมดาก็เป็นอีกวิธีที่ประหยัดได้ ด้วยข้อเสนอที่พักในราคาพิเศษ

6. นอกเส้นทาง
สำหรับหลายคน การเดินทางท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องไปสถานที่ยอดนิยม แต่กลับมีความสุขกับสถานที่แปลกใหม่ วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคนเพราะค่อนข้างลำบาก อาจต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด และแน่นอนว่าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้พอสมควร
แต่การเที่ยวเลือกได้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน บางครั้งคุณต้องยอมแลกกับความยากลำบากต่างๆ เช่น การจองตั๋วรถล่วงหน้าเป็นเวลานาน การค้างแรมในที่พักซึ่งไม่ได้มาตรฐาน และการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าแบบต่างๆ ถ้าชอบความตื่นเต้นก็ลองจัดไปดูสักทริปเลยจ้า !

7. ผจญภัย
ด้วยเป้หลังหนึ่งใบ ถุงนอน และวิญญาณนักผจญภัย คุณสามารถเปิดโลกกว้างแห่งป่า ดงพงไพร และภูเขาลูกแล้วลูกเล่ากับเพื่อนๆ คอเดียวกัน เพียงเข้าไปที่หัวเรื่องแบกเป้ไปส่องโลก หรือทริปหารเฉลี่ยใน khonbaakpae.com ที่มักมีผู้ตั้งกระทู้หาเพื่อนร่วมทางไปเดินป่าในเส้นทางยอดนิยมต่างๆ เช่น เส้นทางไปค่ายฐานเอเวอเรสต์ในเนปาลและน้ำตกในลาว
คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นชายหญิงวัยทำงาน นอกจากนี้ยังมีบ้างที่เป็นผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ ผู้มีน้ำหนักเกิน และพนักงานบริษัทผู้ไม่เคยออกกำลัง พวกเขาไม่ยอมให้วัยหรือสภาพร่างกายเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว พร้อมผจญภัยและเจอะเจอกับความงด งามตามธรรมชาติทุกรูปแบบ เช่น การเดินป่าข้ามภูเขาเป็นลูกๆตั้งแต่เช้าถึงเย็น การก่อกองไฟเพื่อหุงข้าวทำอาหาร และการผูกเปลนอนในป่าที่รกจนไม่มีที่ว่างกางเต็นท์

8. ข้อเสนอพิเศษและของฟรี
เวลาไปเที่ยวต่างแดน ลองเดินตั้งแต่เช้าจรดเย็นซึ่งเป็นทั้งการเที่ยวและหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ นอกจากได้เปิดหูเปิดตาเปลี่ยน บรรยากาศ ยังทำให้เลือกกินเลือกใช้ได้ของถูกอย่างเต็มที่ เช่น การกินเนื้อย่างข้างทางในตุรกี การซื้อหนังสือมือสองในออสเตรเลีย กระทั่งการเติมกระเพาะด้วยอาหารและเครื่องดื่มต่างๆที่ให้ชิมฟรีในห้างสรรพสินค้าที่คุนหมิงและเฉินตู
ซื้อหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารท้องถิ่นซึ่งลงข่าวหรือโฆษณาสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ตั๋วชม การแสดงราคาถูก คูปองส่วนลด เทศกาลอาหารที่ให้คนทั่วไปกินฟรี การขายของเพื่อการกุศล ตลาดขายของมือสอง และการนำเที่ยวชมฟรี เป็นต้น

9. เที่ยวใกล้บ้าน
หากการเที่ยวต่างประเทศฟุ่มเฟือยเกินไป การเที่ยวในประเทศก็น่าสนใจไม่น้อย เพียงสมมุติว่าตนเองเป็นนักเดินทางข้ามแดนตามรอยนักเดินทางคนก่อนผู้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆไว้ เช่น สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ห้องแสดงงานศิลปะ สถาบันต่างๆ ที่คุณไม่เคยเข้าชม ก็น่าจะทำให้ทริปการเดินทางมีความแปลกใหม่ สนุกสนานมากขึ้น

การสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยว ด้วยวิธีการจัดการ

  • ประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง  ทางน้ำและทางอากาศ หากจะมองแผนที่ประเทศไทย ไม่ว่าจะจากด้านตะวันออกของทวีป คือ แถบบริเวณประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ละเรื่อยลงมาถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ประเทศแถบอินโดจีน หรือมองไปทางประเทศที่เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค ต่ออกไปทางแถบประเทศด้านทิศตะวันตกของไทย นับจากพม่า อินเดีย ไปจนจรดประเทศแถบตะวันออกกลางเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตกของทวีป ประเทศไทยจะอยู่ในระยะทางที่เป็นศูนย์กลางพอดี
  • หากจะมองด้านขนาดของประเทศ พื้นที่ของประเทศไทยไม่ใหญ่ไม่โตนัก ขณะเดียวกัน ก็ไม่เล็กเกินไปจนเดินทางทั่วถึงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความพอดีของขนาด ทำให้หากจะเดินทางภายในประเทศให้ไปถึงแต่ละภูมิภาค จึงพอเหมาะพอควร
  • สภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศ ประกอบด้วยดินแดนที่เป็นภาคส่วนของขุนเขาสูง ทอดเทือกยาวสลับซับซ้อน ที่ราบลุ่มและพื้นที่ราบหลายขนาด ห้วยหนองคลองบึงชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียดราว 2,500 กิโลเมตร เกาะแก่งต่าง ๆ สวยงาม น้ำทะเลใส หาดทรายสวย อุณหภูมิและสภาพดินฟ้าอากาศ พอเหมาะที่ทำให้เกิดมีความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใต้น้ำ สภาพทางธรรมชาติจึงมีความงดงามน่าชมที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
  •  ความแตกต่างกันในลักษณะพื้นที่ กำหนดให้ผู้คนในแต่ละภูมิภาค มีวิถีชีวิตที่ดำรง และ  ขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันกลายเป็นเสน่ห์ เป็นสีสันของแผ่นดินที่น่าสัมผัสเรียนรู้
         องค์ประกอบหลักสี่ประการที่กล่าวมา เป็นเงื่อนไขหลักที่ทำให้เมืองไทย เป็นอีกดินแดนหนึ่งของโลกที่อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวนานาชาติ เป็นที่หมายมาดว่าจะมาเที่ยวเมืองไทยบ้าง
วัฒนธรรมไทยที่ตกผลึกเป็นวิถีชีวิตและการคิดคำนึง มีหลายอย่างที่เป็นข้อดีแห่งชนชาติ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่แสดงถึงจิตใจและมิตรไมตรีที่มีให้กับผู้อื่น จนได้สมญาว่า "THE LAND OF SMILES" ดินแดนแห่งยิ้มสยาม
         จุดท่องเที่ยวเป็นตัวสินค้าหลักในจำนวนองค์ประกอบของจุดขายด้านท่องเที่ยว ที่ข้อเขียนนี้จะมองลงไป จุดท่องเที่ยวมีอยู่สองชนิดใหญ่ ได้แก่
  1. จุดท่องเที่ยวที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น
  2. จุดท่องเที่ยวที่มนุษยชาติสร้างทำขึ้น
       จุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นแหล่งที่เกิดขึ้นจากความสมดุลแห่งภาวะความเป็นไปของโลก หากมีการล่วงล้ำก้ำเกินจนสภาวะสมดุลเปลี่ยนแปลงไป ย่อมหมายถึงสภาพธรรมชาตินั้นก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ซึ่งก็คือความทรุดโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ใครคือผู้ทำลายกฎเกณฑ์แห่งความเป็นไป มนุษย์นั่นเอง ในกรณีนี้หมายถึง ทั้งตัวของนักท่องเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบจุดท่องเที่ยวนั้น ๆ ทั้งผู้รับผิดชอบที่เป็นอำนาจรัฐและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการท่องเที่ยวหากจะมีการเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวก็เกิดจากการกระทำที่กลายเป็นวัฒนธรรมของผู้คน เช่น การขีดเขียน สลักชื่อและถ้อยคำต่าง ๆ บนจุดท่องเที่ยว การทิ้งขยะ การหักล้าง ทำลายพฤกษ์พรรณและอื่น ๆ
"ขยะในมือท่านลงถังเถอะครับ" ข้อความลักษณะนี้เป็นความพยายามในเชิงขอร้องและตักเตือน แต่กับแหล่งท่องเที่ยว จะต้องมีการจัดการให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติ จนสามารถกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ด้านการท่องเที่ยว ข้อเขียนนี้จะขอกล่าวยกเป็นตัวอย่างสักกรณีหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของการจัดการด้านขยะในแหล่งท่องเที่ยว
          บนจุดดสูงแห่งภูที่เป็นจุดท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติ นักท่องเที่ยวถูกกำหนดห้ามนำอาหารหรือแม้แต่ลูกอมหรือน้ำดื่มที่มีขวดทุกวัสดุจากภายนอกขึ้นไปเลย จะต้องซื้อสิ่งเหล่านี้จากจุดขายของแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น และราคาที่ขาย ก็สูงกว่าราคาในท้องตลาดด้วย แต่มีข้อแม้ไว้ว่า เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าไป และนำเศษหีบ ห่อหรือวัสดุบรรจุภัณฑ์มาคืนที่จุดขายนั้น จะได้รับการตีเป็นมูลค่าเงินคืน ที่เมื่อเทียบเป็นราคาสินค้าที่ซื้อครั้งแรกนั้น จะถูกกว่าท้องตลาดมาก นักท่องเที่ยวต่างจะต้องพยายามนำเศษ(ขยะ) ลงมาเพื่อแลกเป็นเงินคืนการจะต้องมีจุดทิ้งขยะ หรือการจัดการอื่นก็ไม่มีความจำเป็นไป

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

เทคนิคการเตรียมรถยนต์ก่อนการเดินทาง


ขั้นตอนในการเตรียมรถเพื่อใช้เดินทางไกล

จะต้องมีการตรวจสอบดังนี้...

1. ยาง ต้องเป็นยางที่อยู่ในสภาพที่ดี และสิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือยางอะไหล่ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ
2. เบรก ต้องมีความสมบูรณ์ และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจเช็คน้ำมันเบรก จานเบรก ปั้มลม และควรมีน้ำมันเบรกสำรองไว้ด้วยก็ดี
3. น้ำในหม้อน้ำ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ
4. น้ำกลั่นในหม้อน้ำแบตเตอรี่ ให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ ควรมีน้ำสำรองเก็บไว้ด้วย
5. กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน และกระจกมองหลังให้อยู่ในสภาพที่มองเห็นได้ชัดเจน
6. น้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบว่าขาด หรือพร่องไปหรือเปล่า ควรเติมให้ถึงขีดมาตรฐาน และควรมีสำรองติดรถเอาไว้
7. น้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมให้เต็ม และควรคาดคะเน ตามเข็มของน้ำมัน และจำเป็นต้องเติมในจุดที่เหมาะสม
8. เครื่องมือประจำรถ และอะไหล่ต่างๆ
9. เครื่องมือพยาบาล ติดเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน หรือในกรณีเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย

ข้อควรปฏิบัติ

ควรแจ้งหมายกำหนดการ ของผู้ที่อยู่ทางบ้าน และปลายทาง ให้ทราบเสมอ เมื่อต้องการเดินทางไกล เพื่อตรวจเช็ค เมื่อมีเหตุ หรือเห็นว่าผิดปกติ เมื่อมีการล่าช้า กว่ากำหนด และเมื่อถึงปลายทางแล้ว ควรแจ้งให้ทางบ้านทราบด้วย

ข้อเตือนใจ

1. ถ้าเส้นทางใดท่านไม่คุ้นเคย หรือต้องเดินทางตามลำพังในที่เปลี่ยว ไม่ควรไปในเส้นทางนั้น
2. อย่าหยุดรถ หรือแวะรับคนข้างทางในที่เปลี่ยวโดยไม่จำเป็น
3. คนร้ายอาจจะแกล้งขับรถชนท้ายรถท่าน เพื่อให้ลงมาเจรจา แล้วใช้อาวุธปืนจี้ ปล้น ไม่ควรหยุดรถ แต่ควรเดินทางต่อไปเล็กน้อย จนถึงป้อมตำรวจ
4. ศึกษาเส้นทงให้ละเอียด หรือสอบถามเส้นทาง จากชาวบ้านให้ละเอียด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เดินทางย้อนกลับทางเดิม

ข้อเตือนใจเมื่อต้องขับรถทางไกล

การแซงรถ ข้อควรระวัง ควรปฏิบัติตามกฎจราจรเสมอ

1. ไม่ควรแซงตรงทางแยก
2. ไม่ควรแซงรถบนเนินเขา
3. ไม่ควรแซงบนทางโค้ง
4. ไม่ควรแซงบนสะพาน

ควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

* เมื่อกระจกแตก เมื่อถูกก้อนหิน ก้อนกรวดกระเด็นมาถูกกระจกแตก ข้อควรปฏิบัติมีดังนี้
1. ชะลอความเร็วของรถ แล้วเข้าข้างทางทันที ถ้าเป็นกระจก 2 ชั้นก็ยังพอจะขับต่อไปได้
2. ทุบกระจกรถเก่าออกให้หมด แล้วโกยเศษแก้วออกมาให้มากที่สุด
3. เมื่อต้องการจะขับรถต่อไปอีก ให้ไขกระจกข้างขึ้นจนมิด เพื่อป้องกันอาการร่อนของรถบนถนน

* ในกรณีสุนัขวิ่งตัดหน้า ถ้าชะลอไม่ทัน ให้ส่งขึ้นสวรรค์ไปเลย มิฉะนั้นรถอาจเสียหลักได้ ถ้ากรณีที่เป็นสัตว์ใหญ่ไม่ควร บีบแตร เพราะจะทำให้สัตว์เหล่านั้นตกใจได้

* ในกรณีหม้อน้ำรั่ว ถ้าหาอู่ไม่ได้ ให้ใช้วิธีการ โดยนำเอาสบู่ มาอุดรูไว้ก่อน เติมน้ำจนเต็ม แล้วขับไปให้อู่ซ่อมแซม

* ยางระเบิด เมื่อยางระเบิดกะทันหัน ต้องพยายามถือพวงมาลัยไว้ ให้มั่นคง และพยายามบังคับรถ เข้าข้างทางอย่างปลอดภัย และไม่ควรใช้เบรก อย่างกะทันหัน เพราะจะทำให้ รถเสียหลักพลิกคว่ำ ควรใช้เกียร์ เป็นตัวชะลอความเร็ว โดยเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำทันที
1. กรณียางระเบิดที่ล้อหลัง ท้ายรถจะส่าย ควรถือพวงมาลัยให้มั่นคง และรักษาทิศทางให้ตรง ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ พยายามย้ำเบรก หลายๆ ครั้ง ติดกัน เพื่อให้น้ำหนัก ตกอยู่ข้างล้อ ที่ใช้งานได้
2. กรณียางระเบิดที่ล้อหน้า พยายามจับพวงมาลัย ให้มั่นคง ใช้เบรกให้เบาที่สุด ถ้าแฉลบไปทางใด ต้องคืนพวงมาลัยกลับมา ให้ตรงทิศทาง จนกว่าจะนำเข้าข้างทางเรียบร้อย

* เมื่อคันเร่งน้ำมันค้าง กรณีนี้ ให้ใช้เบรกช่วย โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคลัตช์ เพราะเมื่อเหยียบคลัตช์ จะทำให้รอบเครื่องยนต์ สูงขึ้นทันที อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ จะใช้คลัตช์ในกรณีที่ เปลี่ยนเกียร์เท่านั้น และเมื่อลดความเร็วลง มาอยู่ในอัตราที่ปลอดภัยแล้ว ใช้ปลายเท้า สอดเข้าไปใต้คันเร่ง แล้วงัดขึ้นมา ถ้าคันเร่งไม่ขึ้น ก็พยายามนำรถเข้าข้างทาง แล้วปิดสวิตช์การทำงานทันที
ข้อควรระวัง การปิดสวิตช์กุญแจ ควรปิดไว้ที่ตำแหน่ง OFF อย่าปิดที่ LOCK เพราะจะทำให้พวง มาลัยทำงานไม่ได้

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

วางแผนก่อนเดินทางท่องเที่ยว

เคล็ด (ไม่ลับ) วิธีวางแผนการการเดินทาง ท่องเที่ยว

             มีคนจำนวนไม่มากนักที่วางแผนก่อนการเดินทางท่องเที่ยว เพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและออกจะน่าเบื่อหน่าย หลายคนจึงใช้วิธี แล้วค่อยไปคิดกันเมื่อถึงที่หมาย หรือพูดง่ายๆว่า ไปตายเอาดาบหน้า
             แต่ทว่าการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน
และช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์เสียได้ นอกจากนั้นยังอาจช่วย ป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย เช่น
            การที่ต้องนอนค้างในรถ เนื่องจากหาที่พักไม่ได้ แทนที่จะเที่ยวได้สนุก กลับเป็นการทรมานร่างกาย พักผ่อนได้ไม่เพียงพอ เวลาถ่ายรูปออกมาก็ไม่สวยสมใจนึก เพราะเหนื่อยและโทรมกันสุด...สุด
ถ้าไม่อยากเป็นเช่นนั้นก็มาทราบวิธีวางแผน สำหรับการเดินทาง หรือท่องเที่ยวกัน เผื่อเป็นแนวทาง
หรือนำไปใช้

ขั้นแรก : ต้องบ่งชี้ความต้องการของคุณให้ชัดเจน
   
          ไม่มีใครจะล่วงรู้ความต้องการของตัวคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเมื่อรู้ว่าต้องการอะไร การวางแผนก็จะสะดวก และง่ายมากขึ้นก่อนอื่นลองตอบคำถามเหล่านี้ ดูก่อน

           คำถามแรก : คุณอยากไปเที่ยวที่ไหน?...
           คำถามที่สอง : คุณอยากเดินทางเมื่อใด ?
           คำถามที่สาม : คุณมีงบประมาณเท่าไร?
           คำถามที่สี : คุณอยากเดินทางคนเดียว หรือไปกับเพื่อนที่รู้ใจสักคน สองคน... หรืออยากเดินทางเป็นกลุ่ม
           คำถามที่ห้า : ในมโนภาพของคุณ คุณเห็นภาพตัวคุณเองทำกิจกรรมอะไร? เช่น นอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล ปีนเขา เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ หรือชอปปิ้ง
           คำถามข้อสุดท้าย :
อะไรคือเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้...ถ้าคุณมีเพื่อนที่จะร่วมเดินทางไปด้วย อย่าลืมคุยกันในรายละเอียดเหล่านี้ ช่วยกันวางแผน เลือกสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ

 ขั้นที่สอง : รวบรวมข้อมูล

           การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เกิดขึ้นเอง คุณต้อง ‘ ทำการบ้าน’ ถ้าคุณ เตรียมการล่วงหน้า คุณอาจจะได้รับส่วนลด ในเรื่องของห้องพัก หรือ ตั๋วเครื่องบิน อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
          วิธีการหาข้อมูลอาจทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น หาบริษัท นำเที่ยวดีๆ สักแห่ง อาจจะขอคำแนะนำจากเพื่อนบริษัทฯ ทัวร์ที่ดีจะช่วยทำให้ การเดินทาง ของคุณน่าประทับใจได้ เพราะเขาจะรู้ว่า ตั๋วเครื่องบิน สายการบินไหน ราคาถูก แพงอย่างไร และ ให้คำแนะนำอื่นๆจิปาถะ
  • อ่านหนังสือนำเที่ยว
            และคอยดูข่าวจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ที่เกี่ยวกับการลดราคา หรือการจัดรายการพิเศษต่างๆ เพื่อเป็นการ เรียกลูกค้า Promotion เพราะนับวันการแข่งขันในธุระกิจประเภทนี้ แข่งขันกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่าง เช่น ลดราคาตั๋วเครื่องบิน หรือ โปรแกรมทัวร์ต่างๆ จองโรงแรม จองห้องแถมห้อง หรือมี บริการรถ รับส่ง ประมาณนี้

           พูดคุยกับบุคคลที่เคยเดินทางไปในสถานที่ที่คุณสนใจ อาจเป็น ผู้ร่วมงานหรือญาติสนิทมิตรสหายก็ได้ บุคคลเหล่านี้ จะช่วยไขข้อ ข้องใจที่ในหนังสือนำเที่ยว ไม่มีข้อมูล หรือคำตอบให้คุณ

          ติดต่อสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศที่คุณสนใจ เพื่อหาข้อมูล และ เตรียมแผนที่การเดินทาง ของสถานที่ ที่คุณจะ เดินทางไปเที่ยวให้พร้อม และที่ขาดไม่ได้ และสะดวก ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยคือ การค้นหา ข้อมูล บนอินเตอร์เน็ท อย่างที่คุณกำลังทำอยู่นี้แหละค่ะ

 ขั้นสุดท้าย : ทำกำหนดการเดินทาง

           เขียนกำหนดการเดินทาง แบบวันต่อวันลงบนกระดาษ ระบุชื่อโรงแรม ยานพาหนะ สถานที่ ที่จะไปเที่ยวชม และ อาหารการกินทุกมื้อ.. คุณต้องแน่ใจว่าจะเป็นไปตามนี้ได้ ในสถานการณ์จริง อย่าพยายาม ‘อัด’ รายการเดินทางแน่นเกินไป

            ใส่จำนวนเงินค่าห้องพัก และอื่นๆตามที่คุณได้ทราบมาอย่างแน่นอน ส่วนค่าใช้จ่ายใดที่คุณยังไม่ทราบจำนวนเงิน ให้ใส่ตัวเลขที่กะประมาณลงไปก่อน ถึงตรงนี้คุณจะทราบคร่าวๆให้ตัดสินใจได้ว่า จะต้องตัดหรือต้องปรับอะไรบ้างหรือไม่

            สำหรับการจองเที่ยวบิน โรงแรมที่พัก การเช่ารถ และอื่นๆ เมื่อได้คำตอบยืนยันการจองเรียบร้อยแล้ว ก็ทำเครื่องหมาย ‘OK’ เอาไว้ เมื่อถึงวันเดินทางรายการจองทุกอย่างต้องมีเครืองหมาย ‘OK’

           นอกจากนี้คุณควรทำสำเนาการเดินทาง ที่มีเบอร์โทรศัพท์ และ เบอร์แฟ็กซ์ของโรงแรม ที่คุณจะไปพักด้วย ให้กับพี่น้องหรือ คนใกล้ชิด เผื่อว่ามีเรื่องด่วนที่คุณจำเป็นต้องได้รับการติดต่ออย่างเร็วที่สุด ในกรณีที่คุณ ไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือไปด้วย หรือ ไม่สามารถ ติดต่อ คุณทาง โทรศัพท ์มือถือได้


วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง...ขั้นเทพ!!

          “จะไปเที่ยว” หรือ “ย้ายบ้าน” คำถามทรมานจิต ความพะรุงพะรังก็ทำพิษขณะท่องเที่ยว จัดกระเป๋าเดินทางแต่ละที คิดไม่ตก ไอ้นู่นก็ต้องพก ไอ้นี่มีไว้ก็อุ่นใจ อะไรก็ขาดไม่ได้ไปซะหมด ยัดกันจนซิปปริ ลอง วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง ขั้นเทพ !!

1. จดรายการของที่จำเป็น – โดยคำนึงถึงสถานที่เที่ยวที่จะไป เช่น ถ้าไปแบบสมบุกสมบัน อุปกรณ์บางอย่างอาจมีไม่พร้อมเหมือนนอนโรงแรมทั้งหลาย เช่น ไปป่าหน้าหนาวจะถามหาผ้าห่มจากที่ไหน หรือ ถ้าเข้าป่าแล้วต้องพกน้ำหอม ก็แนะนำให้นอนหอมอยู่ที่บ้าน

2. หนักบน เบาล่าง – กางเกงตัวเดียวเข้ากับเสื้อได้สารพัด แต่ถ้าต้องมีเปียก มีเลอะ เผื่อชุดที่ต้องเปรอะติดไปด้วย หรือ ถ้าต้องพกชุดสวย-หล่อ ใส่งานเลี้ยงตอนเย็น ก็ควรเป็นชุดที่ผ้าไม่ยับง่าย ถ้าเป็นสูทไม่ควรใส่กระเป๋าอย่างยิ่ง นอกจากจะกินพื้นที่แล้วยังยับไม่มีดีซะด้วย

3. รองเท้าคู่ใจ – เลือกรองเท้าคู่โปรดที่ใส่ได้ทุกสถานการณ์ ลองให้เข้ากับชุด จะใส่กับชุดไหนก็หล่อ-สวย ช่วยประหยัดเนื้อที่ได้เยอะหากไม่ต้องยัดลงไปในกระเป๋า แต่ถ้าเป็นแตะบางๆ เบาๆ ก็พอแทรกพื้นที่ตามซอกหลืบได้สบาย

4. ล้านแปดเครื่องประทินผิว – กรณีสำหรับคนที่ดูแลตัวเองจัด งัดครีมไปทั้งบ้าน ให้ถ่ายครีมเหล่านั้นลงขวดไซส์เล็กสำหรับเดินทาง เดี๋ยวนี้หาซื้อง่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป แล้วแพ็ครวมกันใส่กระเป๋าเล็กๆ เพื่อความสะดวกตอนใช้ (บางคนจัดมาจัดไป กระเป๋าครีมใหญ่กว่ากระเป๋าเดินทางอิ๊กกกก)

5. ลำดับความสำคัญ – ไล่จัดของตามวัน เสื้อผ้าที่ใส่วันสุดท้ายอยู่ล่างสุด ของที่จำเป็นต้องหยิบเข้า-ออกบ่อย เช่น หนังสือเดินทาง กระเป๋าสตางค์ เอกสารสำคัญ ให้อยู่บนสุดหรืออยู่ตามช่องที่หยิบได้ง่าย

6. ม้วนดีที่สุด – เปลี่ยนจากการพับ เป็นการม้วนให้เล็กที่สุด วิธีนี้จะช่วยประหยัดพื้นที่ และไม่ทำให้เสื้อผ้ายับยู่ยี่ด้วย

เทคนิค(ไม่ลับ)เกี่ยวกับการล่องแก่ง

             การผจญภัยไปเป็นหนึ่งกับสายน้ำหรือที่เรียกว่า ล่องแก่ง นั้นจะต้องมีการเตรียมตัวมากกว่าการท่องเที่ยวแบบอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ ฉะนั้นก่อนจะไปล่องแก่งควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางให้เหมาะสม
             เพื่อให้ได้รับความสนุกสนาน ความปลอดภัย สำรวจตัวเองด้วยว่าฟิตร่างกายเหมาะสำหรับความยากระดับไหน ซึ่งการล่องแก่งให้สนุกสนาน โดยส่งผลกระทบกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและตัวเองน้อยที่สุด มีคำแนะนำดังต่อไปนี้

ข้อควรปฏิบัติก่อนล่องแก่ง 

1.เตรียมความพร้อมทางจิตใจให้พร้อมรับความสนุก ในการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่งที่หาได้ไม่บ่อยนัก เพราะการล่องแก่งต้องอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติ คือ สายน้ำ

2.เตรียมความพร้อมทางร่างกาย ต้องฟิตซ้อมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมผจญภัย เพราะการล่องแก่งจะใช้กล้ามเนื้อแขนมากกว่าส่วนอื่นๆ มิฉะนั้นอาจทำให้เมื่อยได้

3.การแต่งกายควรแต่งให้ทะมัดทะแมง สายเดี่ยว เอวลอย กางเกงยีนส์ เก็บใส่ตู้เสื้อผ้าไว้ก่อน ควรสวมเสื้อผ้าสบายๆ เช่น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ขาสามส่วน (เน้นเนื้อผ้าบางเบาจะดีมาก) ส่วนรองเท้าควรสวมรองเท้าที่มีสายรัดสนเท้า ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะ

image4.ควรมีอุปกรณ์ในการเซฟตี้ตัวเองให้พร้อมเพียง ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน็อก เสื้อชูชีพ (เป็นสิ่งจำเป็นมากและทุกครั้งที่ล่องแก่งควรมีติดตัวตลอด)


5.ก่อนออกไปสนุกกับสายน้ำควรทดลองซ้อมมือก่อน ฝึกทักษะวิธีการพายเรือ ถ่อเรือ การจับไม้พาย วิธีการนั่งทรงตัวในเรือเพื่อที่จะได้ไม่ตกเรือก่อนใครเพื่อน

6.ควรมียาประจำตัวติดไปด้วย จำพวก ยาดม ยาหม่อง พาสเตอร์และยาสามัญประจำบ้านต่างๆ ที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งช่วยได้มากทีเดียว

7.การล่องแก่งควรจะมีส่วนร่วมในการพายเรือให้มากที่สุด เพราะจะทำต้องท้าทายความมันส์กันเป็นทีมเวิร์ค ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้(ห้ามเห็นแก่ตัวนั่งสบายอย่างเดียวนะจ๊ะ)

8.เตรียมหามัคคุเทศก์หรือคนในพื้นที่ ที่มีความชำนาญทางของสายน้ำคอยนำทางจะดีกว่า ไม่งั้นอาจต้องไปแย่งลิงกินกล้วยในป่าได้ เพราะบางครั้งเรายังไม่ชินกับเส้นทางเหมือนกับคนในพื้นที่หรือมัคคุเทศก์ อาจทำให้หลงได้ และขณะล่องแก่ง ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับหัวเรือและท้ายเรือที่ให้สัญญาณบอกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ถ้าไม่ทำตามอาจตกเรือได้

 9.หากจำเป็นต้องนำอุปกรณ์ต่างๆ ติดตัวไปด้วย และไม่อยากให้เปียกน้ำควรจะหาถุงกันน้ำสำหรับใส่อุปกรณ์ (หาซื้อได้ตามร้านขายของเดินป่าทั่วไป) แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าควรนำไปแต่ของที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นนะ

10.อาหารการกินก็ควรน้อยชิ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะบางทีเราไม่มีเวลาแม้แต่มานั่งทานอาหารกันหรอก แค่เอาตัวให้รอดเป็นพอ และก็ควรทำใจให้ทานอาหารแบบง่ายๆ ในช่วงที่ใช้ชีวิตในลำน้ำ

11.ควรเช็คอุปกรณ์การล่องแก่งให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินทางไปผจญแก่ง

12.ควรงดสุราและของมึนเมาในขณะล่องแก่งโดยเด็ดขาด เพราะมันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าหากตกลงในสายน้ำเชี่ยวในขณะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

13.เคารพกฎ กติกา มารยาท ที่ทางอุทยานหรือสถานที่ ที่ล่องแก่งอย่างเคร่งครัด เพราะพื้นที่ที่จะเดินทางไปล่องแก่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตป่าต้นน้ำที่ธรรมชาติมีความเปราะบาง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดต่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เช่นการขออนุญาตต่อกรมป่าไม้หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่เหล่านั้นด้วยจะดีมาก

การพายเรือล่องแก่ง

          จะต้องดูกระแสความแรงของสายน้ำโดยขึ้นอยู่กับส่วนประกอบต่าง ๆ ในธรรมชาติ เช่น ความลึก (Volume) โดยร่องน้ำยิ่งลึกมาก กระแสน้ำก็จะยิ่งไหลแรงมากขึ้นตาม การไหลของสายน้ำก็เป็นปัจจัยใหญ่ในการล่องแก่ง ก่อนผจญภัยต้องดูด้วยว่าสายน้ำที่จะไปล่องเป็นแบบไหน ซึ่งสามารถแยกออกได้ 2 ประเภทคือ แก่ง(Rapid) น้ำจะไหลแรงมาก และ แอ่ง(pool) น้ำจะไหลช้าและมีความลึกมาก

image
          ความเร็วของกระแสน้ำใต้ผิวน้ำและระดับน้ำจะต่างกัน โดยช่วงต่ำ กว่าผิวน้ำลงไป กระแสน้ำจะค่อย ๆ ลดความเร็วลง ที่ลึกๆ น้ำจะไหลแรงกว่าที่ตื้น และภายใต้กระแสน้ำอาจจะมีหินใต้น้ำ ต้นไม้ กิ่งไม้ล้มขวางทางน้ำอยู่โดยที่มองไม่เห็น อาจเกิดอันตรายไม่น้อย ร่องน้ำรูปตัววีคว่ำ ที่หันมุมแหลมเข้าหาเรานั้น จะเป็นอันตรายมาก เรืออาจจะกระแทกกับหิน หรือน้ำอาจดูดเข้าไปหา จนทำให้เรือ หรือตัวเรากระแทกกับแก่งหินได้

          ถ้าเกิดน้ำวนให้รีบพายเรืออกจากจุดศูนย์กลางที่เป็นน้ำวนให้เร็วที่สุด รวมทั้งคนที่ตกน้ำก็จะต้องว่ายน้ำหนีจุดศูนย์กลางของน้ำวนให้เร็วที่สุดเหมือนกัน ถ้าเจอคลื่นควรเลี่ยงให้ไกลเพราะกระแสคลื่นอาจม้วนตัวทำให้เรือคว่ำ หล่นลงน้ำโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ สามารถพักเรือที่น้ำนิ่งหลังแก่ง (Eddy) ได้เพราะกระแสน้ำจะเป็นน้ำวนไหลย้อนทิศทาง ทำให้มีความแรงของน้ำน้อยลง ถ้าเรือพลิกคว่ำหลังลงจากที่สูง ควรจะดำน้ำมุดหนีโพรงน้ำนั้นให้เร็วที่สุด อย่าพยายามขึ้นมาเหนือน้ำ เพราะกระแสน้ำจะม้วนดูดกลับลงไปอีก อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

สิ่งที่ต้องทำเมื่อพลัดตกจากเรือ

          ขั้นแรกจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในการป้องกันตัว เช่น หมวกกันน็อก เสื้อชูชีพ เพราะสามารถช่วยเราให้รอดพ้นจากการบาดเจ็บได้ และที่สำคัญควรต้องฟังคำสั่งของนายหัวเรือและท้ายเรือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้ามีเหตุทำให้ตกน้ำควรตั้งสติให้มั่น และว่ายน้ำกลับเข้าหาฝั่งที่ใกล้ที่สุดให้ได้ ขณะอยู่ในน้ำพยายามลอยตัวในท่านอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นระดับน้ำ ไม่ต้องกลัวว่าจะจมเพราะเสื้อชูชีพจะช่วยพยุงให้ไม่จมน้ำและไม่ต้องตกใจว่าจะถูกทิ้งลอยแพ เพราะเรือจะต้องวกกลับมารับอย่างแน่นอน


เที่ยวน้ำตกอย่างไรให้ปลอดภัย


        เนื่องจากช่วงของการเดินทางเที่ยวน้ำตกนั้นมักอยู่ในฤดูฝน ควรจะตรวจตราระวังในเรื่องระดับน้ำและ น้ำป่า หากสังเกตว่าธารน้ำตกมีน้ำเต็มเปี่ยม ไหลแรง การเดินข้ามลำธารหรือ ลงเล่นน้ำควรต้องเพิ่มความ ระมัดระวัง หรือพยายามหลีกเลี่ยง และหากมีฝนตกหนักบริเวณนั้น หรือในผืนป่าต้นน้ำเป็นเวลานาน ๆ ควรขึ้นจากสายน้ำ และขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย

  • การเดินป่า หรือเลาะริมลำธาร หากจำเป็นต้องตัดข้ามไปมาบ่อยครั้ง ก็ควรยอมเปียกด้วยการ เดินลุยน้ำ เพราะการโดดข้ามไปตามก้อนหิน อาจเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้รับบาดเจ็บได้ 
  • หากจะต้องตั้งแค้มป์พักแรมกลางป่า ควรตั้งในที่สูงขึ้นมาจากสายน้ำพอสมควร เพราะอาจเกิด น้ำป่าไหล หลากลงมาได้ 
  • ไม่ประมาท หรือหยอกล้อกันในบริเวณที่อาจจะเกิดอันตราย เช่น ริมผาน้ำตก ริมลำธาร เป็นต้น 
  • น้ำตกบางแห่งมีคำเตือน "ห้ามเล่นน้ำในบางบริเวณนี้" เช่น บริเวณอ่างน้ำตกพรหมโลก นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำวน ทำให้ผู้ลงไปเล่น จมน้ำเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรฝ่าฝืน 
  • ควรระมัดระวังอย่าให้การเข้าไปเที่ยวน้ำตกของท่าน เป็นการรบกวนหรือทำลายธรรมชาติ 
  • ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในการเที่ยวน้ำตก เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการมึนเมา เสี่ยงต่อการ จมน้ำ หรือพลัดตกจากผาน้ำตกแล้ว เศษแก้วเศษขวดที่แตกยังเป็นอันตรายต่อ ผู้อื่นและธรรมชาติอีกด้วย 
  • ควรเคารพสิทธิ์ผู้อื่นที่เดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติร่วมกัน 
  • ไม่ทิ้งขยะในทุกพื้นที่ ยกเว้นภาชนะที่ได้จัดไว้ให้เท่านั้น 
  • ช่วยกันเก็บขยะออกจากพื้นที่ เพื่อให้แหล่งธรรมชาติงดงามน่าชมตลอดไป 
  • ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่นั้น ๆ เช่น กฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติ หรือกฎข้อ บังคับของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 
  • ควรให้การเดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติของท่านเป็นการเรียนรู้ที่คุ้มค่าที่สุด

เทคนิคการเลือกซื้อเต็นท์เดินป่า

          แล้วจะเลือกซื้อเต็นท์ ให้เหมาะกับความต้องการของเราได้อย่างไร ? ปกติการเลือกซื้อเต็นท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมและฤดูที่เราจะนำไปใช้

           เต็นท์ในการทำกิจกรรมต่างๆ แบ่งออกดังนี้
             – กิจกรรมที่ต้องการใช้เต็นท์ที่มีน้ำหนักเบา และขนาดเล็กเมื่อเก็บ คือ จักรยานทัวร์ริ่ง, แบ็กแพ็กกิ้ง,คยัคทัวร์ริ่ง กิจกรรมทั้งสามประเภทนี้ คือการเดินทางโดยการนำอุปกรณ์ทั้งหมดไปด้วย เช่น การปั่นจักรยาน,แบกเป้,พายเรือ
            – กิจกรรมที่ไม่ต้องการเต็นท์ที่น้ำหนักเบา คือ กิจกรรมแค้มปิ่ง แค้มป์คาร์ คือสามารถใช้พาหนะบรรทุกไปได้ จึงสามารถใช้เต็นท์ที่มีน้ำหนักมากไปได้

 การเลือกใช้เต็นท์ให้เหมาะสมกับฤดู
           – ใช้ทั้ง 3 ฤดู ( ร้อน ฝน หนาว ) ควรเลือกใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นทั้งหมดโดยจะไม่เห็นในส่วนที่เป็น ตัวเต็นท์และสามารถเปิดออกรับลมได้
           – ใช้กับฤดูหนาวและร้อน สามารถใช้เต็นท์ในลักษณะเดียวกันได้โดยการปิดหรือเปิดประตูหรือหน้าต่างได้
           – ใช้กับฤดูฝน ควรใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นหรือเหมือนกับเต้นที่ใช้ได้ทั้ง 3 ฤดู ( ร้อน ฝน หนาว )

การเลือกใช้เต็นท์กับจำนวนคนนอน
           – สามารถนอนตามขนาดที่เต็นท์กำหนด แต่ไม่ควรนอนในจำนวนที่มากที่สุด คือ เต็นท์นอน 3 – 4 คน ควรนอน 3 คนและพื้นที่ที่เหลือ ควรเป็นที่สำหรับเก็บสิ่งของอย่างอื่นแทน

 แนะนำการใช้เต็นท์ อายุการใช้งานเต็นท์ ลักษณะการใช้งานที่ดีที่สุด การดูแลรักษาเต็นท์
           – ข้อมูลเฉพาะของเต็นท์แต่ละรุ่น ปกติจะมีคู่มือบอก เมื่อซื้อเต็นท์
           – อายุการใช้งานเต็นท์ รับประกันประมาณ 3 ปี สารที่เคลือบกันน้ำจะเริ่มหมดอายุ
           – การดูแลรักษาเต็นท์ ในส่วนที่เป็นผ้า ให้ล้างน้ำสะอาดหลังจากการใช้โดยนำมาผึ่งลมให้แห้ง    หรือถ้าไม่มีเวลาทำความสะอาดควรทำให้เต็นท์แห้งสนิทก่อนเก็บ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา

ความรู้เรื่องเต็นท์ที่เป็นส่วนประกอบอื่นๆ
           – การนอนกลางแจ้งให้หลับสบายนั้นต้องมีอุปกรณ์อื่นๆร่วมด้วย โดยจะแบ่งหน้าที่กัน โดยเต็นท์จะทำหน้าที่ป้องกันลม แมลง สัตว์ และน้ำ แต่ที่พื้นนั้นจะต้องใช้ แผ่นรองนอน เพื่อช่วยปรับพื้นที่ที่ขรุขระ ป้องกันความเย็น และน้ำ ในอีกส่วนที่สำคัญก็คือ ถุงนอน ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ที่นอนหลับสบายได้ตลอดทั้งคืน
           – ส่วนประกอบอีกเล็กน้อยที่สำคัญ ก็คือ ควรมีไฟฉายและน้ำอยู่ใกล้ ๆ ตัว

4 วิธีเที่ยวไทย หัวใจประหยัดพลังงาน

เที่ยวทั่วไทย

              เที่ยวที่ไหนจะสุขใจเท่าเมืองไทยเป็นไม่มี เพราะเรามีแหล่งท่องเที่ยวสารพันทั้งแหล่งธรรมชาติ วัฒนธรรมและกิจกรรมสนุกๆ กระจายอยู่ทั่วทั้ง 4 ภาค จากเหนือจดใต้ พูดได้เต็มปากว่า เที่ยวกันทั้งปียังไม่ครบเลย และ ในช่วงที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาด้านพลังงานและภาวะโลกร้อน ซึ่งถือว่า เป็นปัญหาใหญ่ร่วมกันของคนทั้งโลก นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถร่วมลดและแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีง่ายๆ แถมยังได้ความเพลิดเพลินใจในสไตล์ "เที่ยวไทย...หัวใจประหยัดพลังงาน" ด้วย 4 วิธีเที่ยวที่ความสุขจากการเดินทางยังคงเต็มเปี่ยมเฉกเช่นเดิม

1. พลังงานหารร้อยเกี่ยวก้อยเที่ยวรถไฟ
ไป ไหนไปกัน ไปพร้อมกันได้หลายคน จะมีพาหนะใดประหยัดและทำให้เราได้ชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางได้ดีเท่ารถไฟ การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟมีหลากหลายเส้นทางให้เลือกทั้งเช้าไป-เย็นกลับ และค้างคืน เช่น
  • เช้า ไป-เย็นกลับ มีเส้นทางน้ำตกไทรโยคน้อย พระปฐมเจดีย์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร/ชายทะเลสวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน พระปฐมเจดีย์/ปราสาทเมืองสิงห์ สะพานมรณะ พระปฐมเจดีย์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้ำกระแซ ฯลฯ
  •  ค้าง คืน มีเส้นทางเที่ยวชายแดนไทย-พม่า สังขละบุรี ด่านเจดีย์ 3 องค์ เมืองพญาตองซู /เที่ยว 4 จังหวัดชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฯลฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2621 8701 ต่อ 5217 เวลา 08.30-16.00 น. railway.co.th

2. ลงเรือกันไปรับลมชมวิถี
หลบ ความวุ่นวายจากท้องถนนมาสู่การเดินทางบนสายน้ำ โดยเรือชนิดต่าง ๆ เป็นพาหนะ จะเลือกลงเรือยางทะยานเหนือแก่ง พายเรือคยักเลาะเลียบไปตามกลุ่มเกาะ ลุยไกลไปบนผืนทะเลกว้าง หรือนั่งเรือแจวชมวิถีชีวิตระหว่างทาง ก็เป็นการเที่ยวแบบประหยัดเชื้อเพลิงแถมยังได้ออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กัน เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำมีให้เลือกหลายเส่น เช่น  
  •  ลงเรือยางล่องแก่งและพายคยักในคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครนายก โทร. 0 3731 2282  
  •  ท่อง แม่น้ำสะแกกรัง ชมวิถีชีวิตไทยในบ้านเรือนแพ จังหวัดอุทัยธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี โทร. 0 5651 1444  
  •  เยือนป่าโกงกาง เที่ยวแคนยอน ในอ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่ โทร. 0 7562 2163
  • ล่อง เรือมาด ชมธรรมชาติป่าชายเลน ดูหิ่งห้อยควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารค่ำ ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก โทร. 08 4106 7541
3. ปั่นเสือภูเขาเข้าถึงถิ่นที่ 
นอก จากเป็นวิธีท่องเที่ยวไร้มลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทำลายธรรมชาติแล้ว สองล้อเล็กๆ ยังนำเราไปสู่จุดหมายได้อย่างเข้าถึง แม้กระทั่งเส้นทางเล็กแคบในผืนป่า เสือภูเขาก็พาเราไปถึงได้อย่างราบรื่น เส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขามีอยู่ทั่วไทย ทั้งปั่นชมโบราณสถาน เยือนชุมชน และสัมผัสแหล่งธรรมชาติ เช่น
  •  เที่ยว รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เยือนวัดวาอารามและสถานที่สำคัญ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า ฯลฯ
  • สัมผัส ชุมชนบางกระเจ้า เที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปาการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานองค์การส่วนบริหารตำบลบางน้ำผึ้ง โทร. 0 2461 3163 และ 0 2461 3254 หรือชมรมจักรยานศรีนครเขื่อนขันธ์ โทร. 0 2461 0180
  • เยือน ทุ่งนางพญา ป่าสนผืนใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โทร. 0 5526 8019 dnp.go.th
4. เดินป่าพงพีมีเรื่องราวดีๆ ให้จดจำ
สอง เท้าก้าวเดินคือวิธีท่องเที่ยวไร้มลภาวะอย่างแท้จริง นอกจากมีเวลาสัมผัสเรื่องราวรายทางอย่างลึกซึ้งแล้ว การเดินเที่ยวป่ายังได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอีกด้วย เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเมืองไทยมีอยู่มากมายหลายระดับความยาก เส้นทางยอดนิยม เช่น
  •  เขา ใหญ่ ป่ามรดกโลก มีทั้งเส้นทางสั้น ๆ เดินสบาย ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงเส้นทางเดินป่าหลายวันต้องพักค้างแรมในป่า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทร. 0 3731 9002 dnp.co.th
  • ดอย อินทนนท์ ขุนเขาสูงสุดของไทย ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเส้นทางที่ดีที่สุด คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ระยะทาง 3 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0 5335 5728 dnp.go.th
  •  เดิน ส่องนก ดูผีเสื้อที่แก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จังหวัดเพชรบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 dnp.go.th
Tip เที่ยวไทย หัวใจประหยัดพลังงาน   
 รวมกลุ่มเพื่อนเที่ยวไปในเส้นทางเดียกวัน โดยใช้รถคันเดียว นอกจากประหยัดน้ำมันแล้ว ยังได้พูดคุยสังสรรค์พร้อมหน้ากันด้วย
  • กรณี ขับรถส่วนตัวไปเที่ยว ควรวางแผนและตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ดูแผนที่เส้นทางจากภาพถ่ายทางอากาศได้ที่ maps.google.com
  • เช็คลมยางก่อนเดินทาง เพราะการขับรถที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 3% จากปกติ
  • นั่งรถโดยสารประจำทางไปยังจุดหมาย แล้วเช่ารถยนต์เที่ยวในพื้นที่ หรือเลือกปั่นจักรยานเที่ยวก็ยิ่งดี 
  • เลือกเที่ยวใกล้ๆ บ้าน บางทีคุณอาจมองข้ามของดีที่อยุ่ใกล้ไปก็เป็นได้  
  • เลือกพักในโรงแรมที่มีนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบรายชื่อได้จาก greenleafthai.org
  • ลา พักร้อนไปเที่ยว ดีกว่าไปเที่ยวในช่วงเทศกาลที่มีผู้คนมากมาย เดินทางกันหนาแน่น เพราะนอกจากรถติดสิ้นเปลืองน้ำมัน และก่อมลภาวะแล้ว ยังไม่สะดวกในด้านที่กิน ที่พักอีกด้วย