วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวสิบสองปันนา เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

                  
            สิบสองปันนา เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ด้วยตั้งอยู่ตรงกลางที่ลุ่มหุบเขาริมแม่น้ำโขง ซึ่งชาวไทลื้อเรียกว่า แม่น้ำล้านช้าง ชาวจีน เรียกว่า แม่น้ำหลันช้าง หรือ หลันชาง หรือ หลันชางเจียง สิบสองปันนา มีสภาพภูมิอากาศแบบป่าฝนเขตร้อน มีฝนตกชุก ไม่มีหิมะตก อากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ผืนดินจึงอุดมไปด้วยป่าไม้เขตร้อน มีความหลากหลายทางชีวภาพ 

มีความเขียวขจีตลอดทั้งปี ในผืนป่าก็อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าอย่างช้างและนกยูง ที่เป็นเสมือนสัตว์สัญลักษณ์ของสิบสองปันนา ซึ่งดินแดนอื่นในประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีสภาพความอุดมสมบูรณ์เช่น นี้ สิบสองปันนาจึงเป็นแหล่งปลูกข้าว อ้อย ยางพารา กาแฟ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ส่งขายไปยังเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน สิบสองปันนาได้รับสมญานามว่าเป็นอาณาจักรแห่งต้นไม้ เป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของมณฑลยูนหนาน และเป็นดินแดนหนึ่งที่รัฐบาลจีนภาคภูมิใจเพราะทำให้จีนได้ชื่อว่ามีผืนแผ่น ดินอันกว้างใหญ่ไพศาล มีสภาพภูมิประเทศและผืนป่าครบ ตั้งแต่ดินแดนน้ำแข็งแบบขั้วโลกจนถึงป่าเขตร้อนเหมือนเช่นแถบเส้นศูนย์สูตร อย่างผืนป่าสิบสองปันนา
สิบสองปันนา
• ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางใต้สุดมณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
• สิบสองปันนา หรือ สิบสองพันนา หรือชื่อเต็มว่า เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา มีความหมายคือ 12 เมือง มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเชียงรุ่ง ซึ่งในอดีตเป็นเมืองของชาวไทลื้อ
ภูมิประเทศ
• เขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนามีเนื้อที่ประมาณ 19,700 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับแขวงหลวงน้ำทา แขวงพงสาลี ของประเทศลาวและรัฐฉาน ของประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำโขงไหลผ่านตอนกลาง

ประวัติเมืองสิบสองปันนา
• เมืองสิบสองปันนานั้นได้เป็นราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง เมื่อประมาณ 830 ปีก่อน โดยพญาเจืองหรือสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 1
อาณาจักรสิบสองปันนาเริ่มเป็นปึกแผ่นและแผ่ขยายอาณาเขตมากที่สุดในยุคท้าวอินเมือง สามารถขยายอาณาเขตเข้าไปยึดถึงเชียงตุง เมืองแถน (เดียนเบียนฟู) เชียงแสน ล้านช้าง จึงเป็นเหตุให้การอพยพชาวไทลื้อจากเชียงรุ่งและอีกหลายหัวเมืองเข้าไปสู่ดินแดนดังกล่าว เพื่อเข้าไปตั้งชุมชนปกครองหัวเมืองประเทศราช
• สิบ สองปันนาดำรงความมั่นคมเฟื่องฟูอยู่ 100 กว่าปี ก็ถูกรุกรานโดยชาวมองโกลและตกอยู่ในการปกครองของจีนในปี พ.ศ.1833 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากชื่อภาษาไทลื้อมาเป็นภาษาจีนและเจ้าผู้ครองนครชาวไท ลื้อถูกเรียกว่าเจ้าแสนหวีฟ้า
• หลังจากที่พม่าได้ก่อตั้งอาณาจักรตองอูและขยายอาณาเขตของตนไปทางตะวันออก พม่าได้ยึดเมืองสิบสองปันนา จากนั้นจึงได้แบ่งเมืองสิบสองปันนาออกเป็น 12 หัวเมือง ได้แก่ เมืองฮาย เมืองม้าง เมืองหุน เมืองแจ้ เมืองฮิง เมืองลวง เมืองอิงู เมืองลา เมืองพง เมืองอู่ เมืองอ่อง และ เมืองเชียงรุ่ง จึงเรียกเมืองเหล่านนี้รวมกันว่า สิบสองปันนา และในช่วงสมัยนี้เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมพม่าและพระพุทธศาสนาได้เข้าแผ่ขยายเข้าไปในเขตสิบสองปันนา
สมัยรัตนโกสินทร์
• ใน สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังจากพระองค์ได้ส่งทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และ อาณาจักรล้านนา จากพม่าแล้ว พระองค์ได้โปรดให้พระเจ้ากาวิละเป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองเชียงรุ่งและกวาดต้อน พลเมืองชาวไทลื้อในสิบสองปันนา ไทลื้อเมืองพน เมืองหย่วน เมืองล่า ชาวไทขึนและชาวไทใหญ่จากเมืองเชียงตุง มาอยู่ที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และน่านเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกกันว่ายุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" อันเป็นวิธีฟื้นฟูอาณาจักรล้านนา เพราะในช่วงก่อนนั้นพม่าได้กวาดต้อนชาวล้านนาไปอยู่ที่ พุกาม และ มัณฑะเลย์ ไปจำนวนมาก
• เชียงรุ่งถูกยื้อแย่งดึงโดยอาณาจักรใกล้เคียงไปมาอยู่ไม่นาน กระทั่งยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคมในช่วงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส เข้ามาขีดเขตอำนาจของตนให้พม่าไปอยู่กับอังกฤษ สิบสองปันนาอยู่กับจีน เชียงตุงไปกับพม่า และฝรั่งเศสคุมลาว กัมพูชาและเวียดนาม
• ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเชียงรุ่งถูกยุบจากเมืองหลวงเป็นแค่หัวเมืองและเจ้าปกครองนครทั้งหลายก็ถูกปลด ในปัจจุบันคนที่มีแซ่เต๋าก็คือเชื้อเจ้าในสิบสองปันนาที่เคยครองเมืองทั้งหลายเหล่านี้

 

เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข

“เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข”
ตามสโลแกน เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง





           เดือน พฤษภาคมนี้ เริ่มเข้าสู่หน้าฝนแล้ว  ใน Theme  “เที่ยวหน้าฝน...ค้นหาความสุข" เพื่อกระตุ้นการตลาดท่องเที่ยว หรือสร้างบรรยากาศการเที่ยวอย่างมีสไตล์ของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมีสไตล์ในหน้าฝนของ 19 จังหวัดภาคกลาง ที่มีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาดกับการค้นหาแง่มุมที่ท่านชื่นชอบกับความเขียวขจีของสีสันท้องทุ่งป่าเขาลำเนาไพร มุมที่ท่านรู้สึกดีๆ มีความประทับใจ มีความสุขสดชื่น-สุขสงบในยามฝนพรำ...หรือ บรรยากาศฟ้าหลังฝน...กับ ไอดินกลิ่นฟ้าฝน...น่าค้นหาความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง  เที่ยวหน้าฝนก็มีความแตกต่างน่าประทับใจไปอีกสไตล์
           “เที่ยวภาคกลาง” กับ “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลางในหน้าฝน” ใน 19 จังหวัดกับ 6 มุมมอง 6 สไตล์ที่น่าท่องเที่ยว...ในต้นฤดูฝนนี้ ค
สไตล์ “มนต์เสน่ห์ทะเลวัง”
       >> เที่ยว หน้าฝนแถบจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยการเที่ยวสไตล์ความยิ่งใหญ่อลังการของวัง เช่น เที่ยวพระราชวังของรัชกาลที่ 4(พระนครคีรี-เขาวัง) , เที่ยวพระราชวังของรัชกาลที่ 5 (พระรามราชนิเวศน์-วังบ้านปืน) , เที่ยวพระราชวังรัชกาลที่ 6 (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) , เที่ยวพระราชวังรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 (วังไกลกังวล/หัวหิน) ฯลฯ
       >> หรือ เที่ยวทะเล 3 แบบ ให้เลือก มีดังนี้
ทะเลแบบไฮโซ (หัวหิน/ปราณบุรี/บ้านกรูด)
ทะเลแบบบ้านบ้าน (ชะอำ/หาดเจ้าสำราญ/ปึกเตียน) และทะเลโคลน (บ้านแหลม) หรือ คลองโคลน (สมุทรสงคราม) ฯลฯ

สไตล์ “แดนสวรรค์ตะวันตก”  เที่ยวดินแดนแห่งความพิศวง ในยามฝนตกพรำๆ แถบจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
     
        >>  เที่ยวเมืองกาญจน์เบิกบานทั้งปี



เที่ยวหน้าร้าน นอนแช่น้ำ @ ศรีสวัสดิ์

เที่ยวหน้าหนาว นอนนับดาว @ ทองผาภูมิ   photo by Arcadian

เที่ยวหน้าฝน นอนชมหมอกขาวป่าเขียว เที่ยวถิ่นวัฒนธรรม @ สังขละบุรี)

      >>  หรือจะไปเที่ยว เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ท่ามกลางทุ่งหญ้าและธรรมชาติบริสุทธิ์ของเทือกเขาตะนาวศรี @ สวนผึ้ง-ราชบุรี

สไตล์ “เที่ยวท่องล่องชมวิถีชีวิตชุมชน” เที่ยวชมวิถีชีวิตของผู้คนลุ่มน้ำภาคกลางในบรรยากาศของชาวไร่ ชาวสวน “เที่ยวตลาดบก-ตลาดน้ำ-ตลาดเก่า-ตลาดใหม่ทันสมัย”



      >> เที่ยวหน้าฝนชวนค้นหาความสุข แถบจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

       >>  เที่ยว วัด วัง เที่ยวเมืองเก่า เที่ยวเมืองโบราณ เที่ยวตามหารเรื่องเล่า เรื่องเก่าๆ ในอดีต ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย ในแง่มุมต่างๆ ในหน้าฝน แถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง และชัยนาท น่าสนุกเรียนรู้ไปกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
สไตล์ “ผจญภัยหัวใจสีเขียว”
       >>เที่ยวหน้าฝน พักผ่อนแบบลุยๆ มีสไตล์พร้อมผจญภัยกับกิจกรรมต่าง ๆ ในค่ายทหาร
          >>เที่ยวไปในทุ่งกว้าง สวนดอกไม้ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ธรรมชาติ ป่า เขา ลำเนาไพร และเมืองคาวบอย ในแถบจังหวัด ลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี
สไตล์ “กรุงเทพฯ สุขหรรษา”
          >>เที่ยว แบบมีสไตล์ เที่ยวแบบหลากหลาย กับสโลแกน “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง” ในบรรยากาศฟ้าหลังฝนที่พลาดไม่ได้ต้องไปค้นหาความสุขในสไตล์ของคุณและคนที่ คุณรู้ใจในแถบจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทปราการ ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร


วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เกาะไข่ สุสานปะการัง ^^"




เกาะไข่ ในประเทศไทยมีอยู่หลายแห่งชื่อนั้นอาจซ้ำเพราะทุกเกาะมีลักษณะคล้ายไข่ดาวในทะเลอันดามัน มีเกาะไข่อยู่สองแห่งล้วนแต่สวยงาม คือเกาะไข่ ตะรุเตากับเกาะไข่ จ.พังงา เกาะไข่ จ. พังงาเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ในอ่าวพังงา มีด้วยกัน 3 เกาะคือ เกาะไข่ใน เกาะไข่นอก และเกาะไข่นุ้ย ซึ่งปัจจจุบันเกาะที่ สามารถท่องเที่ยว ได้มีเพียง 2 เกาะ คือ เกาะไข่ในและเกาะไข่นอก สามารถดำน้ำดูปะการังได้ทั้งสองเกาะ สำหรับเกาะที่ นักท่องเที่ยว นิยมเที่ยวและงดงามที่สุด คือ เกาะไข่นอก เกาะไข่นอก ป็นเกาะเล็กๆที่มีความสวยงามด้วยโขดหิน หาดทรายขาว น้ำทะเลใส รอบเกาะสามารถดำน้ำดูปะการังหลากชนิด มีปลาสวยงาม เกาะไข่นอกประกอบด้วย 2 หมู่เกาะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ดาวกลางทะเล มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ด้านหน้าของ เกาะเหมาะแก่การ นอนอาบ แดด มีสันทรายเล็กๆ เชื่อมต่อไปถึงโขดหินแห่งหนึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่ดีในการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น รอบเกาะ สามารถ ลงเล่นน้ำได้ น้ำใส แต่ต้องคอยระวังคลื่นลมแรงบ้างเป็นบางวัน ควรลงเล่นน้ำในด้านที่คลื่นลมสงบ บนเกาะมีร้านค้าบริการอาหารและเครื่องดื่มแบบง่ายๆ และเก้าอี้ผ้าใบเรียงรายอยู่ตลอดชายหาดไว้คอย บริการ นักท่องเที่ยวอีกด้วย
เกาะไข่ใน เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ หาดทรายขาวละเอียดสะอาดตลอดชายหาดทั้งด้าน ทิศเหนือและทิศตะวันตกของเกาะ น้ำทะเลสวยใสน่าเล่นรอบๆเกาะมีปะการังที่สามารถดำน้ำตื้นดูง่าย เช่น ปะการัง แผ่นปะการังจาน แต่ที่เด่นที่สุดคือ ฝูงปลาหลากสี หลายชนิดที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ถัดมาทาง ด้านตะวันออก ของเกาะยังมีหินรูปหัวช้างและรุปเต่า 3 ตัวปะติมากรรมทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อนของกระแสลม นักท่องเที่ยวสามารถเดินรอบเกาะได้ภายใน 2 นาทีมีหาดทรายขาวละเอียด ต้นไม้ร่มรื่น ไร้สิ่งปลูกสร้างมีปะการัง และฝูงปลาอยู่ในบริเวณตื้นไม่ไกลจากชายหาด
ฤดูการท่องเที่ยว พฤศจิกายน - เมษายน



ที่มา >> http://www.paiduaykan.com/76_province/south/phangnga/khokhai.html


ท่องเที่ยวให้มีความสุข


            ได้เที่ยว ได้แอ่ว ถือเป็นของของขวัญ เป็นสีสัน เป็นกำไรของชีวิต แต่เที่ยวอย่างไร จะมีความสุข สนุกสนานและเบิกบานใจ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา
ก่อนอื่น ควรถามตนเองก่อนว่า ทำไมถึงไปเที่ยว ไปเพื่อผ่อนคลาย ไปดูไปเห็น ไปกินไปถ่ายภาพ ไปเติมพลัง ไปกราบพระขอพร ไปเพราะเขาไปกัน กำลังฮิตติดกระแส หรือไปสัมผัสบรรยากาศ ไปตามความฝัน จินตนาการ ไปเรียนรู้วิถีธรรมชาติ ฯลฯได้คำตอบแรกแล้ว ก็มาดูว่า ต้องการเที่ยวในรูปแบบใด เที่ยวแบบทัวร์ ไปกับครอบครัว ไปเดี่ยวๆ เงียบๆ หรือไปแบบเฮฮาเต็มที่ จะได้เตรียมอารมณ์ เตรียมร่างกาย เตรียมจิตใจ มีใครเดินทางไปด้วย สภาพรถเป็นอย่างไร การเดินทางไปอย่างไร ใครขับรถ ถ้าขับเอง มีคนเปลี่ยนขับไหม ใครป่วยบ้าง
          จากนั้นก็วางแผน ประเมินความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย หาข้อมูล เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลประเพณี วัฒนธรรม สภาพอากาศ ภูมิประเทศ มีหนังสือ มีเว๊บไซต์ใดที่จะให้ข้อมูลได้ โทรไปถามที่ไหน 

            การเตรียมตัว เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ เครื่องใช้ กระเป๋า หรือเป้ ส่วนสถานที่พัก จะเป็นที่ใดเช่นโรงแรม หรือรีสอร์ท กางเต๊นท์ หรือบ้านเพื่อน โฮมสเตย์ จองอย่างไร ค่าใช้จ่ายอย่างไร หากซื้อเหมาแพคเก็จท่องเที่ยว ตรวจสอบให้ดี เพราะอาจมีเงื่อนไขที่มีข้อยกเว้น เช่น ราคาตามแพคเกจมักยกเว้นช่วงฤดูท่องเที่ยว
การขับรถต้อง เคารพกฎจราจร มีน้ำใจบนท้องถนน อย่าเมา อย่าง่วง ง่วงไม่ขับ อย่าหวังพึ่งกาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง อีกเรื่องที่ทุกคนไม่อยากเจอคือการหลงทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักเกิดขึ้น แต่เราควรการเตรียมแผนที่ สำรวจสภาพเส้นทาง เช่น ทางภาคเหนือ มักเป็นเส้นทางบนเขา คดเคี้ยวสูงชัน หากไม่มั่นใจควรใช้บริการรถท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เช่น การขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ แทนที่จะขับรถไปเอง ก็อาจใช้บริการรถนำเที่ยวแทน หากไม่ชินเส้นทาง
            ควรศึกษาเรื่องราวท้องถิ่น ระเบียบสังคม วัฒนธรรมประเพณี หากไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ก็สามารถไถ่ถาม และมีมารยาทอันดีงาม เราก็หมดปัญหาในเรื่องนี้ ยกเว้นบางแห่งมีข้อห้ามหรือการใช้สัญญลักษณ์ที่มีความหมายไม่เหมือนกัน สำหรับในเมืองไทยไม่ค่อยมี แต่อาจมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนท้องถิ่นที่เราอาจไม่รู้ ก็ควรสังเกต ซักถาม อ่อนน้อมถ่อนตน แค่นี้ก็ทำให้การเที่ยวสนุก ได้เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น อุปกรณ์สื่อสารต้องไม่พลาด มือถือ ไอแพดไอโฟนตามอัธยาศัย และต้องไม่ลืม กล้องถ่ายรูป ศึกษาการถ่ายภาพไว้บ้างจะได้ไม่พลาดภาพเด็ดๆสวยๆ สำรองแบตเตอรี่ สำรรอง memory card เวลาถ่ายภาพก็ถ่ายให้หลากหลายมุมมอง บางคนไปเที่ยวที่ไหนก็มีแต่รูปตนเองเต็มพื้นที่ มาถึงบ้านหารูปสถานที่ท่องเที่ยวไม่เจอ การถ่ายภาพในยุคนี้เป็นการบันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวได้มากมายตามสไตล์ของแต่ละคน เพียงแต่บางสถานที่ หากมีข้อห้ามควรเคารพตามกติกา

            อาหารประจำถิ่นก็มักเป็นจุดหมายหนึ่งของการท่องเที่ยว เมนูอาหารพื้นเมืองเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยว บางคนพกพาอาหารสำเร็จมากมาย มีแต่กล่องซองถุงเต็มรถ หากเราเปิดใจลองชิมอาหารท้องถิ่นบ้างก็จะทำให้การท่องเที่ยวมีอรรถรสยิ่งขึ้น เพียงแต่หากเราไม่เคยชินในบางเมนู ก็ควรค่อยๆลองชิมก่อน
ส่วน สถานที่ท่องเที่ยว ควรศึกษาและเคารพกฎ กติกา ข้อห้าม ข้อควรระวังต่างๆ บางคนมีเป้าหมายว่าต้องไปถึงสถานที่เป้าหมายให้เร็วๆ ไม่สนใจต้นไม้รายทาง วิวทิวทัศน์รอบตัวไม่สนใจ มุ่งไปเที่ยวถ้ำก็จะต้องไปถึงถ้ำเท่านั้น อย่างนี้ก็จะเสียดายเสน่ห์ขณะเดินทางหาคนท้องถิ่นที่รู้จักไว้บ้างจะได้แนะนำ เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย เราอาจได้เที่ยวที่อื่นๆที่อาจไม่อยู่ในแผนเป็นของแถม นอกจากนี้ควรมีการเตรียมเบอร์โทร ฉุกเฉิน หรือแผนฉุกเฉินไว้บ้าง
ที่ขาดไม่ได้คือของที่ระลึก ของฝาก แวะทีซื้อที หากวางแผนดีดี เราจะได้ซื้อของที่ตั้งใจไว้ ได้ซื้อซะที แล้วยังได้ของที่ระลึกหลากหลาย โดยเฉพาะภาคเหนือของเรา มีงานหัตกรรม ของฝากของขวัญมากมายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว
          ไม่ว่าท่านจะท่องเที่ยวที่ไหน ขอให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีอัธยาศัยไมตรี แต่ก็ต้องรู้ทัน อย่าไว้ใจใครง่ายเกินไป และหากมีเรื่องขุ่นเคืองใดระหว่างเดินทางท่องเที่ยวก็ควรขจัดทิ้งไป ให้อภัยกัน ช่วยกันสร้างความรื่นรมย์ในการเดินทางท่องเที่ยว และอย่าทิ้งขยะ ระหว่างทาง อย่าขนขยะไปทิ้งบนดอย รู้จักพับเก็บขยะในรถ ให้มีขนาดเล็ก และเอาไปทิ้งในถังขยะ
ปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมี สุขภาพดี มีความสุข สนุกสนาน เบิกบานใจค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยว บอกนิสัย


บาร์


เป็นคนที่รักสมาคม ไม่ชอบอยู่คนเดียว มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง นิสัยขี้ขลาด หวาดกลัว

ดิสโก้เธค


นิสัยอ่อนไหว ชอบและรักที่จะลองของใหม่ ไม่มีความรับผิดชอบ เรื่องการหาเงินได้เท่าไร ก็จะใช้ให้หมดไป โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า

เดินห้างสรรพสินค้า


ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง รักความโดดเดี่ยว

วันหยุดไปมหาวิทยาลัยประจำ


รักความอิสระ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย หยิ่งและทะนงในตัวเอง

เที่ยวชนบท


รักธรรมชาติ ชอบศิลปะ มีความคิดเฉลียวฉลาด มักจะหงุดหงิด คิดมาก เมื่ออยู่คนเดียว

เที่ยวภูเขา



มักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเพศ ชอบพูดเรื่องสัปดน คำผวน จีบผู้หญิงไม่เลือกหน้า เป็นคนไม่มีความจริงจัง ไม่คิดมาก

เที่ยวทะเล


เป็นคนดื้อดึง นิสัยคล่องแคล่วว่องไว แข็งกร้าวและกระด้างทั้งกายและใจ เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ใจร้อน มักจะโกรธหรือโมโหโดยไร้เหตุผล

เที่ยวน้ำตก


อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ใจร้อน มักจะมีนิสัยสุภาพอ่อนโยน กับคนทั่วไป เข้ากับคนง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ดี

เที่ยววัดเก่า เมืองโบราณ


รักที่จะศึกษาหาความรู้ รักความสงบ มีความมานะพยายาม ทะนงตัว มีความทะเยอทะยานสูง มีเหตุผล ใจร้อนมาก

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมท่องเที่ยวหน้าฝนที่ไม่ควรพลาด

5869-medium


เข้าช่วงฤดูฝนทีไร ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยากออกไปท่องเที่ยวไทยกัน เพราะกลัวว่าจะเปียกปอนไปกับสายฝนและหมดสนุกได้ …. แต่เพื่อนๆ ชาวเที่ยวเมืองไทย รู้หรือไม่คะว่า ในช่วงหน้าฝนนี่แหละ ที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย รอให้เพื่อนๆ ได้ไปสนุกสนานและเก็บเอาความสุขกลับบ้านกัน ซึ่งจะมีกิจกรรมอะไรบ้างนั้น เราตามไปชมกันต่อเลยดีกว่าค่ะ >>

กิจกรรมแรกที่อยากจะขอแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ไปสนุกกับการท่องเที่ยวหน้าฝนกันนั้น คือ ... “ล่องแก่ง” ... เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่น่าท้าทายและน่าตื่นเต้นมาก ซึ่งในประเทศไทยนั้นก็มีสถานที่ล่องแก่งอยู่มากมาย ที่รอให้เพื่อนๆ ได้ไปสัมผัสความมันส์กันด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ล่องแก่งแม่น้ำนครนายก ล่องแก่งน้ำว้า จ.น่าน ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี ล่องแก่งหนามมดแดง จ.พัทลุง เป็นต้น แต่กิจกรรมความมันส์ประเภทนี้ เพื่อนๆ จะต้องมีความชำนาญและความเชี่ยวชาญด้วยนะคะ จะได้สนุกสนานอย่างปลอดภัย




กิจกรรมต่อไปก็คือ ... “เดินป่า” ... ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวหน้าฝนที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติแบบบุกป่าฝ่าดงเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นการผจญภัยแบบหนึ่งเลยทีเดียว เพราะในระหว่างการเดินป่านั้นจะเกิดอะไรและจะพบเจอกับอะไรที่น่าตื่นเต้นและท้าทายบ้างนั้น ก็ไม่สามารถจะบอกได้ หากไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง แต่ที่แน่ๆ นั้น จะได้พบกับความสวยงามสดชื่นชุ่มฉ่ำของป่าเขาลำเนาไพรอย่างแน่นอน



เมื่อมีการเดินป่าแล้ว ก็ต้องมีกิจกรรม “เล่นน้ำตก” ด้วยสิคะ ... เพราะป่าเขาบางแห่งนั้น ก็เป็นที่ตั้งของน้ำตกด้วย และในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ก็จะมีน้ำเยอะน่าเล่นมากๆ เลยค่ะ แต่เราจะต้องคอยระมัดระวังอันตรายหลายๆ อย่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำตกอยู่ด้วยนะคะ อย่างเช่น กรณีน้ำป่าไหลหลาก หากมีฝนตกหนักมาก ต้องคอยสังเกตสีของน้ำ และคอยฟังเสียงการไหลของน้ำด้วยนะจ๊ะ



อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากแนะนำคือ ... “ดูนก” หรือ “ดูผีเสื้อ” ... เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวหน้าฝนที่ได้ทั้งความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน และได้ความรู้อีกด้วย ซึ่งในเมืองไทยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นแหล่งดูนกหรือดูผีเสื้อมากมาย อย่างในอุทยานแห่งชาติต่างๆ และในป่าเขาลำเนาไพร หรือในป่าชายเลน



และกิจกรรมสุดท้ายที่ขอแนะนำ คือ ... “ปั่นจักรยาน” ... เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะออกไปท่องเที่ยวไทยแบบไม่ต้องกลัวเปียกอีกต่อไป และเป็นกิจกรรมที่ท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วยิ่งถ้าได้ปั่นไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติอย่างป่าเขาลำเนาไพรด้วยแล้วล่ะก็ ช่างมีความสุขจริงๆ




ทั้งหมดนี้ ก็เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวไทยในหน้าฝนเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งยังคงมีกิจกรรมอื่นๆ อีกเพียบที่รอให้เพื่อนๆ ได้มาสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าหนาว หรือหน้าร้อน ก็เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ ....

5 แหล่งท่องเที่ยวโดนใจในหน้าฝน



ใครว่าหน้าฝนจะเที่ยวไม่ได้ ลุกขึ้นมาจัดกระเป๋าเตรียมตัวไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เย็นชุ่มฉ่ำกันดีกว่า เพราะฝนที่ตกลงมาช่วยให้เกิดความรู้สึกสดชื่น เมื่อเราได้สัมผัสกับธรรมชาติ และกลิ่นไอฝน วันนี้เรามีแหล่งท่องเที่ยวดีๆ ในหน้าฝนมาฝากค่ะ มาดูกันซิว่าจะมีที่ไหนบ้าง



อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ความสวยงามของผืนป่า โดยเฉพาะป่าสนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ผสมกับอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างมาสัมผัสความสดชื่นกันทุกๆ ปี















ล่องแก่งที่ลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ฝนที่ตกชุก ทำให้ระดับน้ำสูงมากขึ้น ความยากในการล่องแก่งจึงมากกว่าปกติ ใครที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย ต้องมาลองกันให้ได้ เพราะที่นี่ติดอันดับการล่องแก่งอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยเชียวนะ


อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย และจังหวัดพิษณุโลก ทิวทัศน์โดยรอบตลอดเส้นทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ มีความสวยงาม เช่น น้ำตกหมันแดง พร้อมต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่มในหน้าฝน หากเราได้สัมผัสแล้วก็เกิดความรู้สึกสดชื่นไปด้วย


 ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ หากต้องการมาชมความสวยงามของ ดอกไม้สีชมพูเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง ขอแนะนำว่าต้องมาในหน้าฝนเท่านั้น ดอกกระเจียวนี้จะมีมากในบริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทอง



ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยสภาพที่เป็นผืนป่า มีแหล่งต้นน้ำลำธาร พร้อมกับทุ่งดอกไม้สวยงาม หน้าฝนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาชมความงามของธรรมชาติที่นี่